สวัสดีครับวันนี้เรามาอยู่กันที่โครงการ THE WELTON พระราม3 โครงการบ้านเดี่ยว Luxury Class จาก Pattra Home ครับ  โครงการนี้เนี่ยเป็นโครงการบ้านหรูที่อยู่ใจกลางเมืองเลยครับ ทำเลที่ตั้งของโครงการสามารถเดินทางเข้าตัวเมืองได้อย่างง่ายดายครับ สาทร พระรามสาม สีลม ได้อย่างสะดวกสบายมากๆครับ

Concept

ก่อนอื่นเลยเนี่ยผมอยากจะเล่าข้อมูลเบื้องต้นของโครงการ THE WELTON พระราม3 ให้ทุกคนฟังก่อนนะครับ โครงการนี้เนี่ยเป็นโครงการบ้านเดี่ยว Luxury Class ที่ราคาเริ่มต้นของบ้านเนี่ยจะเริ่มตั้งแต่ 58.5 ล้านบาทครับ

โครงการหรูแบบนี้แน่นอนครับว่า ส่วนกลางหรือ Facility ก็ต้องหรูและดูดีไม่แพ้กัน ตอนนี้เรามาอยู่ที่ Club House ของโครงการครับซึ่งบริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่จะให้ลูกบ้านได้มาใช้บริการร่วมกันครับซึ่งข้างหลังผมเนี่ยก็จะเป็นสระว่ายน้ำระบบเกลือที่มีการแยกสระเด็กกับสระผู้ใหญ่ ในส่วนสระผู้ใหญ่กว้าง 25 x 4.8 (เมตรครับ และมีโซน Jacuzzi ด้วยนะครับ   ในส่วนอาคารด้านบนก็จะมีห้อง Fitness ที่มีอุปกรณ์เครื่องเล่นต่างๆอย่างครบถ้วนครับ และอย่างที่บอกครบว่าโครงการนี้เนี่ยมีลูกบ้านเพียงแค่ 16 หลังเท่านั้นดังนั้นการใช้งานพื้นที่ส่วนกลางเท่านี้เพียงพอต่อการใช้งานของลูกบ้านสบายๆเลยครับ

ตอนนี้เราก็เดินกันอยู่ที่ถนนภายในตัวโครงการนะครับต้องบอกว่าโครงการนี้เนี่ยเขาใส่ใจในเรื่องทัศนียภาพโดยรอบของโครงการมากๆครับโดยถนนเมนภายในโซนบ้านเดี่ยวจะเลือกใช้ Stamp Conceate และ โครงการนี้เขาใช้ระบบสายไฟแบบฝังลงดินทั้งหมดเลยนะครับเพื่อทัศนียภาพที่สวยงามของตัวโครงการครับ

แบบบ้าน 

แบบบ้านในโครงการ The Welton พระราม3 เนี่ยจะแบ่งเป็นสองส่วนครับคือ Type บ้านเดี่ยวที่มีเพียง 16 unit และ พรีเมียมทาวน์โฮมที่มีเพียง 37 unit เท่านั้นครับ

โดยแบบบ้านเดี่ยวในโครงการ The Welton พระราม3 จะมีสองแบบด้วยกันครับ

 PRESTIGE1

  • ที่ดิน 73.59 ตร.วา 
  • พื้นที่ใช้สอย 577 ตร.ม. 
  • 5 ห้องนอน 
  • 6 ห้องน้ำ 
  • 5 ที่จอดรถ 

 PRESTIGE2

  • ที่ดิน 73.57 ตร.วา 
  • พื้นที่ใช้สอย 577 ตร.ม. 
  • 4 ห้องนอน 
  • 5 ห้องน้ำ 
  • 5 ที่จอดรถ 

 

ซึ่งวันนี้ที่ผมจะพาทุกคนมาดูกันคือแบบบ้าน PRESTIGE1 ครับ คือบ้านเดี่ยวในโครงการ The Welton พระราม 3 เนี่ยเขาจะสร้างออกมาให้ขนาดบ้านและเนื้อที่ใช้สอยในตัวบ้านมีขนาดเท่ากันครับจะแตกต่างกันเนื้อที่ดินและ Layout ภายในตัวบ้านครับซึ่งวันนี้ผมจะพามาดูบ้านเดี่ยว Type A ครับ

คือก่อนที่เราจะเข้าไปในตัวบ้านเนี่ยผมอยากจะขอเล่าคอนเซปและแนวคิดในการออกแบบบ้านในโครงการ The Welton พระราม3 กันก่อนเลยนะคัรบคือบ้านในโครงการนี้ได้ถูกสร้างขึ้นมาภายใต้แนวคิดและการ  ไสตล์ European-Classic ถ้าเราลองดูงานสถาปัตยกรรมต่างๆทั้งภายนอกตัวบ้าน การตกแต่ง การเลือกใช้โทนสี รวมถึงการวาง component ต่างๆของโครงการ The Welton พระราม3 เนี่ยจะให้ความรู้สึกและกลิ่นอายของบ้านไสตล์ยุโรปจริงๆเลยหละครับ  โดยส่วนแรกที่สะดุดตาผมมากๆเลยของตัวบ้านหลังนี้คือซุ้มโค้งขนาดใหญ่บริเวณหน้าบ้านครับ

ซึ่งผมเล่าความเป็นมาของการออกแบบซุ้มโค้งแบบนี้สักนิดนะคับ การออกแบบซุ้มโค้งหรือ Arch Design เป็นการออกแบบที่ได้รับความนิยมและแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วครับ ตั้งแต่ยุคโรมัน  กรีก และ ประเทศในโซนยุโรปครับซึ่งการออกแบบซุ้มโค้งแบบนี้เนี่ยจะถูกใส่เข้าไปในสถาปตยกรรมที่สำคัญต่างๆในสมัยก่อนเช่น พระราชวัง ประตูทางเข้าเมืองต่างๆเช่นในประตูชัยในฝรั่งเศศ อังกฤษ และ ถ้าแบบที่คุ้นตากันที่สุดก็เช่นโบสน์ของศาสนาคริสต์ที่เราจะพบเห็นกันอยู่บ่อยๆครับ  

 ซึ่งพอมาถึงยุคปัจจุบันนี้เนี่ยการออกแบบซุ้มโค้งก็ยังได้รับความนิยมในการนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวอาคารในสมัยใหม่ครับแต่การนำเข้ามาโดยส่วนมากจะเป็นการผสมผสานการออกแบบให้เข้ากับยุคสมัย เช่นสำหรับโครงการนี้คือมันจะไม่ใช่ความเป็นยุโรปแบบโบราณๆคือมันจะเป็นการออกแบบในสไตล์ Modern ผสมผสานกับ European Classic ครับจึงทำให้บ้านโครงการนี้ยังคงความสวยงาม และ ได้กลิ่นไอของความเป็นยุโรปครับ

 

พูดเรื่องแนวคิดมาได้พักนึงแล้วแต่ก่อนที่เราจะไปดูส่วนต่างๆในตัวบ้านเนี่ยผมอยากบอกก่อนนะครับว่าบ้านในโครงการ The Welton พระราม3 ทุกหลังเนี่ยจะออกแบบให้หันหน้าไปในทิศเหนือและทิศใต้สองทิศนี้เท่านั้นครับ เหตุผลนั่นเป็นเพราะว่าสองทิศนี้เนี่ยเขาจะรับแดดที่ไม่แรงมากและสองทิศนี้เนี่ยจะเป็นทิศที่ลมสามารถ Flow ได้อย่างดีเลยครับ คือโครงการนี้เนี่ยเขาใส่ใจในดีเทลทุกๆจุดมากๆครับ

​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​​ ส่วนแรกของตัวบ้านที่เราจะมาเจอคือส่วนของลานจอดรถนะครับซึ่งลานจอดรถบริเวณนี้เนี่ยสามารถจอดรถได้ 5 คันสบายๆเลยคับโดยที่จอดรถตรงนี้ทางโครงการได้ลงเสาเข็มไว้ให้เรียบร้อยหมดแล้วนะครับหมดปัญหาเรื่องพื้นที่จอดรถทรุดตัวเลยครับ 

บริเวณด้านซ้ายที่ติดกับโรงจอดรถเนี่ยจะเป็นพื้นที่ของ Maid ครับจะมีทั้งห้องน้ำ ห้องนอน และ ห้องเก็บของของ Maid แยกส่วนการใช้งานกับเจ้าของบ้านไปเลยครับ โดยถ้าถัดไปจากโรงรถเนี่ยจะสามารถเชื่อมต่อไปกับส่วนครัวในหลังบ้านได้ครับซึ่งตรงนี้เดี๋ยวผมจะขอพาเข้าทางประตูหลักแล้วกันนะครับ

ประตูทางเข้าหลักของบ้านหลังนี้เนี่ยต้องบอกว่าเป็นประตูไม้สักแท้นะครับซึ่งทางเข้าส่วนหลักของตัวบ้านจริงๆแล้วเนี่ยเราอาจสามารถเข้าจากทางข้างบ้านได้นะครับที่ติดกับลานจอดรถ แต่ประตูทางเข้าหลักตรงนี้เนี่ยสำหรับเวลามีเพื่อนหรือแขกมาเยี่ยมบ้านแล้วเราอยากโชวความแกรนด์ของบ้าน ก็สามารถใช้ประตูทางเข้าหลักนี้ได้ครับซึ่งบานนี้ทั้งบานใหญ่ และ หนักมากนะครับไม้เนื้อดีมากๆเลย

Living

ตอนนี้เราก็มาอยู่ที่พื้นที่สำคัญส่วนแรกของบ้านหลังนี้แล้วนะครับนั่นคือโซน Living Room ครับซึ่งบริเวณนี้จะเป็นห้องแบบ Double Volume  ครับโดยระยะจาก Floor to Ceiling ของห้องนี้จะอยู่ที่ 6.8 เมตรครับ  การออกแบบห้องให้เป็น Double Volume แบบนี้เนี่ยเขาจะช่วยในเรื่องการถ่ายเทอากาศ Ventilation System และ การปรับอุณภูมิของตัวห้องนี้ครับ และอยากให้ลองสังเกตนะครับว่ารอบๆตัวเราภายในห้องนี้เนี่ยมีบานกระจกอยู่เยอะเลยนะครับ การที่บ้านถูกออกแบบด้วยบานกระจกโดยรอบแบบนี้เนี่ยเราจะสามารถใช้แสงแดดธรรมชาติมาให้ความสว่างในตัวบ้านได้ครับ และ ตัวบ้านของเราก็จะยิ่งดูโปร่งขึ้นไปอีกด้วยครับ

การที่บ้านเป็น Double Volume แบบนี้เนี่ยเราสามารถใช้แชนดีเรียมาช่วยตกแต่งแบบ้านตัวอย่างหลังนี้ได้ด้วยนะครับ ต้องบอกก่อนว่าข้อดีของแชนดีเลียเนี่ยไม่ได้มีแต่ความสวยงามหรอกนะครับการที่เราใส่ แชนดิเลียแบบนี้เนี่ยมันจะเป็นการเพิ่มระยะสายตาให้กับห้องๆนี้ทำให้ห้องนี้ดูสูงขึ้นด้วยนะครับ

ผมขอเล่าการจัดวาง Layout ในชั้น 1 ให้ทุกคนฟังเพิ่มเติมก่อนที่เราจะไปส่วนต่อไปของตัวบ้านกันนะครับชั้น 1 ของบ้านเนี่ยจะประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆครับคือ Living Area ที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้และโซนรับประทานอาหารที่อยู่ถัดไปแค่สองส่วนหลักๆครับซึ่งทำไมบ้านที่มีขนาดใหญ่แบบนี้เขาถึงจัด Layout ในชั้นหนึ่งให้มีแค่สอง secment นั่นก็เป็นเพราะพื้นที่ทั้งสองส่วนนี้เนี่ยเรียกว่าเป็น “พื้นที่สำคัญของตัวบ้าน” ครับคือเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวหรือคนในบ้านจะมาใช้ชีวิต และ ทำกิจกรรมร่วมกันไม่ว่าจะเป็น นั่งเล่น นั่งคุย ทำงาน พักผ่อน และ รับประทานอาหารครับ คือทางโครงการเขาอยากให้ลูกบ้านได้ใช้สอยพื้นที่ในสองส่วนนี้ให้มากที่สุดเลยไม่ใส่ห้องเล็กห้องน้อยไว้ในขั้นนี้เลยครับ จะยกไปไว้ชั้นข้างบนหมดเลยซึ่งผมก็ชอบนะครับ มันทำให้แต่ละส่วนของตัวบ้านเนี่ยดูแกรนด์และดูอลังการมากๆเลยครับ  

Dining Room

ส่วนเชื่อมต่อตรงนี้เนี่ยจะเป็นโซน Dining room หรือห้องรับประทานอาหารครับคือตอนี้เนี่ยบริเวณทางเชื่อมระหว่าง Living room กับตรงนี้ยังเป็นพื้นที่เปิดอยู่นะครับ สำหรับครอบครัวที่ต้องการแยกส่วนการใช้งานให้สองพื้นที่แยกออกกจากกันเนี่ยก็สามารถทำเป็นบานเลื่อนเพื่อแยกส่วนการใช้งานก็ได้ครับ ตรง Living Area ก็เอาไว้รับรองแขกนั่งพักผ่อนอะไรก็ว่ากันไปส่วนตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ของคนในครอบครัวเท่านั้นคับ 

บริเวณ Diningroom  ตรงนี้เนี่ยเขาได้วางโต๊ะทานข้าวแบบ 8 ที่นั่งไว้ให้ครับและส่วนต่อมาก็จะเป็น Island และ เคาเตอร์ครัวครับคือบริเวณตรงนี้เนี่ยความตั้งใจของทางบ้านผมคิดว่าเหมาะที่จะทำเป็นครัวโชวมากกว่าครับ เหมาะกับการทำอาหารเล็กๆน้อยๆ และตรง Island ที่เขาให้มาเนี่ยเราอาจทำป็นบาร์กาแฟ บาร์เครื่องดื่ม หรือ บาร์คอกเทล ไว้รองรับเวลามีแขกมาบ้านก็เหมาะมากๆเหมือนกันนะคับ 

โดย nature ของคนไทยเนี่ยก็จะต้องมีการทำอาหารถูกต้องไหมครับดังนั้นบ้านในโครงการนี้เขาจึงมีพื้นที่ไว้ทำเป็นครัวไทยในส่วนหลังบ้านให้เราด้วยครับ เนี่ยบ้านตัวอย่างเขาทำเป็นตัวอย่างให้เราดู บริเวณนี้เนี่ยแม้เราจะผัด เราจะทอด หรือทำอาหารหนักๆอะไรก็ได้เต็มที่เลยครับ กลิ่นและควันต่างๆก็จะไม่เข้าไปรบกวนในตัวบ้าน และที่สำคัญครับประตูครัวปิดตรงนี้เนี่ยจะสามารถเชื่อมต่อออกไปยังโซนลานจอดรถและห้องเมดได้ครับ ซึ่งลองคิดภาพตามนะครับเมดเนี่ยเขาสามารถเข้าออกครัวจากทางประตูของเขาได้เลยไม่ต้องใช้ประตูหลักร่วมกับเจ้าของบ้าน มันเป็นการแบ่งส่วนการใช้งานและเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับลูกบ้านอย่างมากเลยครับ แต่โซนครัวที่เราเห็นอยู่ตรงนี้เนี่ยเราต้องบิ้วเพิ่มเติมเองนะครับ ทางโครงการทำไว้ให้ดูเป็นไอเดียครับ

กลับมาที่โซน Dining Room อีกนิดนึงนะครับมีอีกส่วนที่ผมคิดว่าอยาก point ให้ทุกคนดูครับคือบริเวณที่วางโต๊ะรับประทานอาหารเนี่ยจะติดกับประตูบานกระจกครับ ซึ่งประตูบานนี้เนี่ยจะเชื่อมต่อไปยังพื้นที่สวนภายนอกบ้านครับเวลาเรานั่งรับประทานอาหารเนี่ยเราก็สามารถมองสวนที่เราจัดไว้ได้นะครับ

โดยบริเวณข้างบ้านถ้าเป็นบ้านตัวอย่างหลังนี้เนี่ยจะมีพื้นที่ไว้จัดสวนค่อนข้างเยอะมากเลยนะครับ บ้านหลังนี้จัดออกมาเป็น English Garden Style นะครับลองดูสิครับมัโซนสำหรับ Afternoon Tea ด้วยครับ การตกแต่งสวนแบบนี้จะเน้นพวกไม้ทรงพุ่ม ไม้ดอก และ ไม้เลื้อย มาเป็นองค์ประกอบของการจัดสวนครับ ได้กลิ่นไอความเป็นอังกฤษจริงๆเลยครับ

แต่จริงๆพื้นที่ตรงนี้เนี่ยสามารถจัดสรรได้ตามความต้องการของลูกบ้านเลยนะครับ ซึ่งค่อนข้างจะสามารถใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์ไม่ว่าจะเป็นทำสวน ทำบ่อปลา หรือ ทำเป็นโซนนั่งพักผ่อนแบบนี้ก็โอเคมากๆครับ

 

บ้านหลังนี้เนี่ยเป็นบ้านที่มี 3 ชั้นด้วยกันนะครับ เขาจึงให้ลิฟท์แบรนด์ Hitachi มาในตัวบ้านด้วยครับซึ่งห้องลิฟท์เนี่ยจะอยู่ตรงบริเวณบันไดทางขึ้นตรงนี้เลยนะครับ แต่ที่ผมว่าน่าสนใจมากๆไม่ใช่มีแต่ลิฟนะครับ บันไดทางขึ้นที่ผมกำลังยืนอยู่นี้เนี่ยผมต้องบอกว่าทางโครงการเลือกใช้ไม้สักแท้ทั้งหมดเลยนะครับ ซึ่งไม่สักที่โครงการเลือกใช้เป็นแผ่นใหญ่แผ่นสวยแบบนี้เลยนะครับ และ พอเราเดินขึ้นเนี่ยสังเกตได้เลยนะครับว่าหน้ากว้างของไม้แต่ละขั้นเนี่ยกว้างมากนะครับ เดินลงแบบเต็มเท้าเลยครับ และราวบรรไดก็ใช้ wrought iron ทั้งหมดเพื่อความสวยงามและคงอยู่ในคอนเซปความเป็นยุโรปครับ

 

2 Floor

ตอนนี้เราก็มาถึงบริเวณชั้นสองแล้วครับซึ่งก่อนอื่นที่เราจะคุยเรื่อง Layout กันเนี่ยผมอยากจะให้ทุกคนดูพื้นที่เรากำลังยืนกันอยู่สักนิดนึงครับ ต้องบอกว่าบริเวณชั้นสองและชั้นสามของบ้านหลังนี้เนี่ยเขาได้ใช้พื้นปาเก้ไม้สักแท้ ทั้งหมดเลยนะครับคือโดยปรกติแล้วเนี่ยพื้นไม้ส่วนมากที่เราเห็นกันก็จะเป็น ไม้แดง ไม้ engineering wood แต่บ้านที่เอาไม้สักมาทำพื้นให้เราเนี่ยผมต้องบอกเลยครับว่ามีไม่มากนักหรอกนะครับ

ทีนี้เราคุยกันถึงเรื่อง Layout ในชั้นสองกันบ้างนะครับในชั้นนี้จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ครับนั่นก็คือ Master bedroom ที่อยู่ข้างหน้าผม , ห้องนอนที่ 2 และ โซนอเนกประสงค์ด้านหลังผมครับ

โซนอนเนกประสงค์บนชั้นสองนี้เนี่ยจะสามารถมองเชื่อมต่อลงไปยัง Living Room ที่อยู่ด้านล่างได้ครับ คือบ้านที่หลังใหญ่ขนาดนี้เนี่ยแน่นอนว่าครอบครัวที่มาอยู่อาศัยเนี่ยจะอยู่กันมากกว่า 1 Generations อยู่แล้วจริงไหมครับ และคนที่ต่าง Generation กันย่อมมีไลฟ์สตล์และการต้องการพื้นที่ๆแตกต่างกัน ดังนั้นบริเวณนี้เนี่ยเราอาจจะทำเป็นอีกหนึ่ง Living room ทำเป็นมุมส่วนตัวไว้พักผ่อนหย่อนใจ ดูบอลอะไรของเราก็ว่าไป แต่พื้นที่ตรงนี้มันจะไม่ได้แยกแบ่งขาดกับส่วนอื่นๆไปซะทีเดียวนะครับ ตรงนี้เนี่ยเขาจะเชื่อมต่อไปกับส่วน Living Room ที่อยู่ด้านล่างได้ครับซึ่งการออกแบบแบบนี้เนี่ยมันเป็นการเชื่อมสองพื้นที่ในตัวบ้านให้เชื่อมถึงกัน แม้ว่าเราจะอยู่คนละชั้น อยู่คนละห้อง ก็ให้ความรู้สึกเหมือนเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาคับ

มาส่วนถัดไปครับคือห้องนอนที่สองบนชั้นนี้ครับคือห้องนอนตรงนี้เนี่ยความตั้งใจของบ้านหลังนี้เขาต้องการให้เป็นห้องนอนของผู้สูงอายุครับ ลองดูตรงทางเข้าห้องนะครับทางบ้านได้ทำเป็นทาง slope ลงแบบนี้สำหรับเข็น Wheel chair เข้าไปในห้อง และ ห้องนี้เนี่ยก็อยู่ใกล้ลิฟท์ด้วยนะครับ จึงสะดวกในการดูแลผู้สูงอายุมากๆครับ 

เนี่ยครับห้องน้ำในห้องนอนห้องนี้เขาออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของผู้สูงอายุมากๆครับมีทางลาดสำหรับรถเข็นให้ครบถ้วนคือโครงการเขาใส่ใจในเรื่องการใช้งานจริงๆครับ

 

Master Bedroom

        ทีนี้เราก็มาถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของบ้านหลังนี้กันแล้วนะครับคือโซน Master Bedroomครับ ต้องบอกก่อนว่าความพิเศษมากๆเลยและผมคิดว่าน้อยโครงการจะมีแบบนี้ สำหรับห้อง Master Bedroom คือระเบียงชั้นสองในห้องนอนตรงนี้ครับบรริเวณนี้เนี่ยต้องเรียกว่าแยกส่วนการใช้งานออกมาเลยนะครับ ตรงก่อนออกไประเบียงเนี่ยเราสามารถทำเป็นที่นั่งทำงานเล็กๆมุมนี้เวลาทำงานไป ก็นั่งมองวิวด้านนอกไปด้วยได้ และพอเราเปิดประตูออกมาเราก็จะเจอกับ English Balcony คือบ้านในโครงการนี้เนี่ยใส่ใจในเรื่องการมใส่มุมพักผ่อน ที่เราจะสามารถออกมาใช้งานได้จริงนะครับบริเวณนี้เราสามารถทำเป็นมุม Afternoon Tea ต้องบอกว่ามุมนี้เนี่ยถ่ายรูปออกมาสวนมากๆครับ เหมือนกับอยู่เมืองนอกเลยหละครับ

มาพูดถึงส่วนห้องนอนกันบ้างครับห้องนอนส่วนนี้เนี่ยใหญ่และดูโปร่งมากนะครับ เพราะระยะจาก Floor to Ceiling ของห้องนี้เนี่ยอยู่ที่ 3 เมตร จึงให้ความรู้สึกที่โปร่งมากๆเลยครับ ในส่วนที่ติดกันเนี่ยจะเป็นโซนห้องแต่งตัวเป็นแนว Walkin Closet เป็นชุดใหญ่รูปตัว U แบบนี้ได้เลยครับ ในส่วนติดกันเนี่ยก็จะเป็นห้องน้ำครับซึ่งเขาออกแบบมาให้กว้างมากๆและครบทุกฟังชันก์การใช้งานเลยครับ บริเวณนี้มีอ่างล้างหน้าแบบ His& Her บานกระจกกั้นส่วนเปียกส่วนแห้ง Rain shower และ อ่างอาบน้ำ ครบถ้วนครับซึ่งสุขภัณทั้งหมดในบ้านหลังนี้ใช้แบรนด์ Grohe และ Cotto ครับ

3 Floor

เรามาถึงชั้นสามที่เป็นชั้นบนสุดของบ้านหลังนี้แล้วนะคับ ผมขออธิบายแปลนชั้นสามให้ทุกๆคนฟังก่อนเลยนะครับบนชั้นเนี่ยจะประกอบไปด้วย ห้องนอนที่ 3,ห้องนอนที่ 4 และ ห้องนอนที่ 5 รวมๆแล้วมีสามห้องนอนเลยนะครับบนชั้นสามนี้ อีกทั้งยังมีห้องทำงานที่อยู่ข้างหลังผมนี้ และ ห้องพระด้วยครับ คือบนชั้นนี้เนี่ยทุกๆพื้นที่ถูกจัดสรรให้มีประโยชน์สูงสุดจิงๆครับ มาครับเดี๋ยวผมพาเดินดูทีละห้องครับ

ห้องแรกที่อยากพามาดูคือห้องที่อยู่ติดกับบันไดทางขึ้นมาเลยครับคือห้องพระครับ จริงๆพื้นที่ตรงนี้มันไม่ได้ Fixขนาดนั้นนะครับว่าจะต้องเป็นห้องพระแต่โครงการเขาเข้าใน culture ของคนไทยครับว่าส่วนมากแล้วบ้านทุกหลังเขาต้องการ space เล็กๆไว้ทำหิ้งบูชาพระดังนั้นเขาจึงออกแบบเพื่อตอบสนอง Life Style ของคนไทยครับ ห้องนี้เนี่ยยังมีลูกเล่นที่คิดว่าน่าสนใจมากเหมือนกันครับ คือหลายๆจุดในบ้านหลังนี้เนี่ยจะมีการทำที่เก็บของแบบฝังลงผนังไว้เยอะมากเลยครับ จริงๆแทบทุกห้องที่เราไปดูมาเนี่ยมีแบบนี้แทบทุกห้องเลยนะครับ ข้อดีของการทำแบบนี้คือเราจะได้พื้นที่ในการจัดเก็บของต่างๆได้เยอะมากครับ  และห้องของเราก็จะไม่มีที่เก็บของหรือชั้นวางอะไรให้รกห้อง ทำให้ห้องดูโล่งขึ้นครับ

ห้องต่อไปถือว่าเป็นอีกห้องที่ผมชอบมากๆเลยนะครับนั่นคือห้องทำงานตรงนี้ครับ ซึ่งที่สะดุดตามากๆคือคอนเซปการออกแบบห้องๆนี้ครับ เขาออกแบบเป็นห้อง wood tone style อังกฤษ ซึ่งผมว่ามันดูเก๋และน่าทำงานมากๆเลยนะครับ นอกจากห้องทำงานแล้วห้องนี้จะเอามาทำเป็นห้องสมุดก็เหมาะไม่แพ้กันเลยครับ

ต่อไปเนี่ยผมขอพาไปชมห้องนอนสัก 1 ห้องบนชั้นสามนี้แล้วกันนะครับ ห้องนอนห้องนี้จะเป็นห้องที่มีเนื้อที่มากที่สุดในบรรดาห้องนอนทั้งหมดบนชั้นสามครับ แต่จริงๆแล้วขนาดของห้องนอนอีกสองห้องก็เล็กกว่านี้ไม่มากหรอกครับ คือพูดง่ายๆว่าห้องนอนทั้งหมดในบ้านหลังนี้เนี่ยให้มาได้ใหญ่มากแต่ที่ผมคิดว่าเป็นจุดเด่นมากๆเลยคือห้องนอนทุกห้องบนชั้นสามนี้ มีการแบ่งสัดส่วนการใช้งานเป็นโซน Walkin Closet และ ห้องน้ำภายในตัวทุกห้องครับ ซึ่งจริงๆแล้วโดยส่วนมากที่เราเคยเห็นกันคือจะมี Master Bedroom ห้องเดียวที่มีการแบ่ง secment แบบนี้ แต่โครงการนี้เขาทำกับห้องนอนทุกห้องเลยครับซึ่งผมว่าดีและตอบโจทย์การใช้งานจริงมากๆเลยครับ 

เราก็ได้ดูกันไปทุกซอกทุกมุมของบ้านในโครงการ มาถึงเรื่องที่ผมอยากบอกทุกคนก่อนว่าโครงการ The Welton พระราม3 ไม่ได้มีดีแค่เรื่องความสวยงามของตัวอาคารและทัศนียภาพโดยรอบนะครับแต่อีกเรื่องที่ผมว่าเป็นจุดเด่นมากๆของโครงการนี้คือเรื่อง “โครงสร้าง และ วัสดุ” ที่เลือกใช้ครับ  ถ้าเริ่มตั้งแต่ผนังของตัวบ้านเนี่ยเขาเบือกใช้อิฐมอญและเป็นการก่ออิฐมอญถึงสองชั้นโดยจะมีการเว้นระยะ 5cm เพื่อความแข็งแรงของตัวอาคารและเพื่อเก็บเสียงด้วยรนะครับ หลายคนอาจจะไม่ทราบนะครับว่าอิฐมอญสีแดงๆแบบนี้เนี่ยถ้าพูดถึงเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้างแล้ว อิฐมอญเนี่ยถือว่ายอดเยี่ยมกว่าอิฐชนิดอื่นครับ แต่เดี๋ยวนี้โครงการบ้านส่วนใหญ่เขาก็ไม่ใชกันแล้วครับเพราะเนื่องจากใช้เวลาในการก่อมากกว่ารปกติ ขั้นตอนกระบวนการก็เยอะ อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าครับ แต่บ้านในโครงการ The Welton ใช้อิญมอญทั้งหลังเลยนะครับจัดเต็มจิงๆ

เรื่องของโครงสร้างอีกอย่างที่ผมชอบมากๆและไม่ค่อยเคยเห็นคือหลังคาครับ โครงการนี้เขาจะปิดหลังคาทึบด้วยปูนก่อน คือด้านบนของตัวบ้านอะครับปิดด้วยปูนก่อนแล้วค่อยมุงหลัวคาพร้อมฉนวนกันความร้อนอีกทีหนึ่ง ซึ่งเอาเข้าจริงๆแค่ทำโครงหลังคาและมุงก็เพียงพอแล้วแต่โครงการนี้เขาทำแบบนี้เพื่อให้ความร้อนจากภายนอกถูกกักเก็บไว้ในชั้นหลังคาครับ คือมันจะช่วยในการลดอุณภูมิในตัวบ้าน บ้านของเราก็จะไม่ร้อนครับคือคิดมาให้คนอยู่จริงๆผมชอบมากๆครับ

และที่เห็นเด่นชัดที่สุดเลยคือเรื่องงานไม้ของบ้านหลังนี้ครับ คือบ้านหลังนี้เนี่ยเลือกใช้ไม้สักมาทำเป็นทั้ง ประตูทางเข้า ขั้นบรรได และ พื้นในชั้น 2,3 ครับซึ่งสำหรับคนรักงานไม้ก็จะรู้ว่าพื้นที่ทำจากไม้จริงและยิ่งเป็นไม้สักด้วยเนี่ยเขาจะให้ผิวสัมผัสและความรู้สึกที่แตกต่างกับพื้นประเภทอื่นจริงๆครับ คือถ้าใครอยากรู้ว่าต่างไหมผมอยากให้ลองมาเดินมาสัมผัสนะครับรับเลยว่ามันต่างจริงๆครับ

คือโครงการนี้เนี่ยต้องเรียกว่าเป็นโครงการบ้านหรูที่อยู่ใจกลางเมืองจริงๆนะครับ เพราะโครงการอยู่ตรงถนนพระรามสาม ซึ่งสามารถเดินทางเข้าไปในใจกลางตัวเมืองกรุงเทพชั้นต่างๆได้อย่างสะดวกมากจริงๆครับ ทั้งโซนสาทร สีลม สยาม หรืออื่นๆเรื่อง Location นี่ผมว่าจัดว่าดีมากๆครับ และต้องบอกว่าโครงการบ้านหรูที่ตั้งอยู่กลางเมืองแบบนี้เนี่ยมีไม่มากนักหรอกนะครับและยิ่งบ้านที่ตกแต่ง Style Europe ที่ใช้วัสดุเกรดพรีเมียมในทุกๆขั้นตนการก่อสร้างแบบนี้ยิ่งมีน้อยเข้าไป 

โครงการ The Welton พระราม 3 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรูโซนในโซนพระราม 3 ครับ

มาถึงเรื่องราคาค่าตัวของบ้านในโครงการ The Welton พระราม3 กันบ้างครับ อย่างที่ผมบอกไปว่าบ้านเดี่ยวในโครงการนี้เขาจะมีให้เลือก 2 Type ด้วยกันครับซึ่งจริงๆขนาดตัวบ้านทั้งสอง Type เนี่ยเขาจะเท่ากันนะ แตกต่างกันที่การวาง Layout ห้องเและ ขนาดที่ดินเท่านั้นเองครับ ซึ่งราคาเริ่มต้นของบ้านเดี่ยวจะอยู่ที่  58.5 ล้านบาท โดยโครงการจะขายเป็นบ้านเปล่านะครับ

ส่วนบ้านตัวอย่างที่เรามาดูอยูตอนนี้ถ้าอยากได้บ้าน size นี้มีพื้นที่เยอะขนาดนี้ ตกแต่งจัดเต็มแบบนี้ราคาค่าตัวของเขาก็จะอยู่ที่ 95 ล้านบาทครับ

ฝากช่องทางการติดต่อทั้งหมดนะครับ

 

#theweltonrama3 #theweltonพระราม3 #เดอะเวลตันพระราม3 #rama3 #บ้านพระราม3 #บ้านหรูพระราม3 #บ้านเดี่ยวพระราม3 #บ้าน100ล้าน #คฤหาส #บ้านหรู #บ้านเดี่ยวหรู