สวัสดีครับวันนี้ผมจะชวนทุกคนมาคุยถึงวัดุปูพื้นอีกหนึ่งตัวที่นิยมใช้กันมากในหลายๆโครงการนะครับนั่นคือพื้น Engineering Wood นั่นเองครับ และ Engineering wood คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้างวันนี้ผมจะมาเล่าให้ทุกคนฟังกันครับ

Engineering wood คืออะไร

Engineering wood นั่นก็คือพื้นไม้นั่นแหละครับ แต่ว่าพื้นชนิดนี้เขาจะไม่ใช่ไม้แท้ผืนใหญ่ทั้งแผ่นนะครับครับ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว Engineering wood จะประกอบไปด้วย 3 layer ด้วยกัน

  1. Top Layer หรือผิวไม้จริงด้านบน ต้องย้ำอีกทีนะครับว่าด้านบนนี้คือไม้จริงครับ ดังนั้น ผิวสัมผัส คุณสมบัติต่างๆจะไม่ต่างจากไม้จริงเต็มแผ่นเลยครับ โดย layer นี้จะมีความหนาประมาน 3 mm ซึ่งข้างบนผิวหน้าโดยส่วนมากจะมีการเคลือบผิวด้วย UV , PU หรือ acrylic
  2. Middle Layer เป็นชั้นกลางของตัวแผ่นพื้นครับ โดยชั้นนี้จะมีการใส่ไม้อื่นๆเข้าไปเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับพื้นไม้ และ ให้มีอากาศได้ถ่ายเท จึงทำให้พื้นไม้มีการยืดหดขยานตัวต่ำ เมื่อเทียบกับไส้ไม้อัดทั่วไปตามท้องตลาด
  3. Bottom Layers เป็นวัสดุไม้โดยส่วนมากก็จะเป็นไม้ยางพาราเต็มแผ่น นำมาประกบหลังพื้นไม้ เป็นชั้นล่างสุด เพื่อสร้างความสมดุล และ เพิ่มความแข็งแรงให้กับพื้นไม้เอ็นจิเนียร์

ดังนั้นพื้นไม้ Engineered Wood ถ้าพูดถึงเรื่องผิวสัมผัสผิวหน้าเขาก็คือไม้จริงนี่หละครับแต่มีการใส่ชั้น layer ต่างๆในชั้นล่างเพื่อเสริมความแข็งแรงและให้เหมาะต่อการใช้งานครับ

ข้อดีของ Engineered Wood

เรามาคุยกันถึงข้อดีของพื้น Engineered Wood กันบ้างครับว่าเขามีข้อดีอะไรบ้าง

  1.  เราสามารถเลือกผิวหน้าของไม้ได้ตามประเภทและชนิดของไม้ พูดกันไปนะครับว่า Engineered Wood จะมีองค์ประกอบของไม้จริงอยู่ที่บริเวณผิวหน้าถึงจะแค่ประมาณ 3 mm แต่ก็ยังคงเป็นไม้จริงอยู่นะครับ ดังนั้นเราจึงสามารถสัมผัสได้ถึง Texture หรือ คุณสมบัติของไม้นั้นๆครับ ซึ่งไม้ที่นิยมทำก็จะมีทั้ง ไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้เมเปิ้ล ไม้บีช ไม้มะค่ ไม้วอลนัท ไม้อิโรโก้ ครับซึ่งไม้ท้งหมดที่ผมพูดมาล้วนมีจุดแข็งและจุดดีที่ตกต่างกัน ซึ่งผมจะขอเก็บไว้เล่าในคลิป พื้นไม้จริงอีกทีนะครับ
  2. ตัวพื้นไม้หากวัสดุผิวหน้าเราเลือกไม้เนื้อแข็ง ตัวพื้นจะสามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีครับแต่สุดท้ายเขาก็ต้องขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อไม้ด้วยนะครับ
  3. ข้อดีอีกข้อของพื้น Engineered Wood คือเรื่องการติดตั้งใช้ระยะเวลาน้อยกว่าพื้นไม้จริง คับคือผมอยากเล่าให้ทุกคนฟังแบบนี้ก่อนนะครับว่าการที่เราจะติดตั้งพื้นไม้จริงหรือพื้นไม้เต็มแผ่นครับหรือที่เรียกว่า solid Wood เนี่ยมันจะมีกระบวนการหรือขั้นตอนเยอะมากครับ ทั้งพอปูแล้วต้องรอให้กาวแห้วประมาณ 7 วันแห้งแล้วต้องขัดหน้าไม้ ทารองพื้น ทาเคลือบสี แต่ในขณะที่ Engineering Wood ถ้าเป็นพื้นที่มีพื้นผิวเรียบที่เราปรับระดับไว้เรียบร้แอยแล้ว เราแค่กาว PU ยึดกับพื้นก็เสร็จแล้ว ขั้นตอนหรือระยะเวลาจึงน้อยกว่างานไม้จริงเยอะครับ
  4. ลวดลายของพื้นที่ได้เราจะได้เป็นลวดลายธรรมชาติอย่างแท้จริงเลยครับ เนื่องจากอย่างที่ผมบอกไปว่าผิวหน้าของเขาเป็นเนื้อไม้จริง ดังนั้น Texture ผิวสัมผัสต่างๆมันจะคนละแบบกับพวก ลามิเนต หรือ ไมสังเคราะครับ เพราะจะได้ลวดลายที่เป็นเอกฃักษณ์ของไม้จิงๆ ซึ่งเป็นข้อดีมากๆครับ

เราพูดถึงข้อดีกันไปพอหอมปากอมคอแล้วนะครับ เรามาพูดถึงข้อสียของไม้ Engineering Wood กันบ้างครับว่ามีขอเสียอะไรบ้าง

 

สำหรับข้อเสียหลักๆของพื้น Engineering Wood คือเขาจะไม่ค่อยทนกับความชื้นครับ แน่นอครับว่าถ้าเป็นพื้นไม้ ไม้จริงๆอะนะครับ ถ้าเขาเจอน้ำหรือความชื้นไม้จะมีอาการบวม หรือ พองครับ ดังนั้นพื้นไม้ Engineering Wood เขาไม่ควรโดนน้ำหรือความชื้นเป็นอย่างมากครับ

อีกเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนคือถ้าเราเทียบในเรื่องการทนทานต่อรอยขีดข่วนกับพื้นลามิเนต ต้องบอกว่า Engineering Wood เขามีความทนทานต่อการขูดขีด ได้น้อยกว่าลามิเนตพอสมควรครับ เนื่องจากผิวหน้าของลามิเนตเป็นวัสดุพิมลายพร้อมมีการเคลือบผิวอีก แต่ผิวหน้าของ Engineering Wood เขาเป็นไม้แท้ดังนั้นเขาย่อมทนการขูดขีเได้น้อยกว่าอยู่แล้วครับ

และข้อเสียข้อสุดท้ายสำหรับผมคือราคาค่อนข้างสูงครับ ซึ่งราคาเนี่ยหลักๆจะขึ้นอยู่กับชนิดของไม้บนผิวหน้าครับ ยิ่งไม้เนื้อแข็ง ไม้เกรดดีราคาก็ยิ่งสูงครับ ราคาต่อตารางเมตรก็ตั้งแต่พันบาทขึ้นไปเลยครับ

 

ทุกคนคงจะเห็นทั้งข้อดีและข้อเสียของพื้นไม้ Engineering wood ไปกันพอสมควรแล้วนะครับ คือผมขออนุญาติสรุปแบบคล่าวๆให้คนที่กำลังจะตัดสินใจกันนะครับคือ ถ้าคุณชอบวัสดุปูพื้นที่เป็นพื้นไม้จริงๆ อยากสัมผัส texture งานไม้ อยากได้กลิ่นอายความเป็นไม้ และงบประมาณของคุณอยู่ในงบที่จำกัดผมคิดไว้ไม้ Engineering wood น่าจะตอบโจทย์บ้านของคุณมากๆครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราอยากให้เข้าใจธรรมชาติของไม้นะครับ ไม้เนี่ยการใช้งานหากโดนความชื้น โดนความร้อน หรือ โดนกระแทก ตัวพื้นอาจได้รับความเสียหายได้ ซึ่งผู้ที่ใช้งานต้องเข้าใจและยอมรับในจุดนี้นะครับ ซึ่งอย่างไรก็ดี Engineering wood ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวหละครับสำหรับคนที่รักงานไม้

……………………………………………………………………………
– Mail : gurulivingth@gmail.com
…………………………………………………………………………..