สรุปจบในคลิปเดียว ค่าโอนที่ดิน ค่าโอนบ้าน ค่าโอนคอนโด ค่าใช้จ่ายในการโอนบ้านกรมที่ดิน | Guru Living

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาคุยกันในอีกหนึ่งหัวข้อที่ได้รับความสนใจกันเป็นอย่างมากนะครับว่าการที่เราไปโอนบ้าน คอนโด หรือที่ดิน ณ กรมที่ดินเนี่ยเราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรที่เราต้องเสียบ้างในฐานะทั้งเราเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายก็ตาม วันนี้ผมจะมาอธิบายค่าใช้จ่ายทุกๆอย่างโดยละเอียดเลยครับ

 

ก่อนอื่นเลยค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดินหากว่าเรามีการซื้อขาย บ้าน คอนโด หรือที่ดินกันจะมี 5 ตัวหลักๆครับคือ

  1.  ค่าธรรมเนียมการโอน
  2. ค่าจดจำนอง
  3. ค่าอากรแสตมป์
  4. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ
  5. ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

1. ค่าธรรมเนียมการโอน

ค่าธรรมเนียมการโอนโดยปรกติแล้วจะคิดเท่ากับ 2% ของราคาประเมินกรมที่ดิน โดยต้องไม่สับสนกับราคาขาย และ ราคาประเมิณของธนาคารนะครับเป็นคนละตัวกัน ราคาประเมิณกรมที่ดินจะถูกประเมิณโดยอาศัยเกณของกรมที่ดินครับ ซึ่งโดยปรกติทั่วๆไปแล้วราคาจะต่ำกว่าทั้ง ราคาซื้อขาย และ ราคาประเมิณธนาคารครับ (รัฐบาลได้มีการลดค่าธรรมเนียมจาก 2% เป็น 0.01% เฉพาะการซื้อ-ขายบ้านพร้อมที่ดิน ในวงเงินไม่เกิน 3 ล้านบาท จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 เท่านั้น)

2. ค่าจดจำนอง

กรณีซื้อ-ขาย โดยจดจำนอง(กู้สินเชื่อธนาคาร) จะต้องมีการเสียค่าจดจำนองด้วยครับ โดยคิด 1% ของมูลค่าจำนอง พูดง่ายๆคือ 1% ของเงินที่เราไปกู้ธนาคารมาครับ ยกตัวอย่างเช่น เรากู้เงินธนาคาร 2.5 ล้านบ้าท ค่าจดจำนองจะคิด 1% ของ 2.5 ล้าน ได้ออกมาคือ 25,000 บาทครับ

แต่ในปี 2562 นี้ได้มีการปรับลดค่าจดจำนองลงเหลือ 0.01% เฉพาะกรณีที่มีการจำนองกับสถาบันการเงิน ในราคาซื้อ-ขายและวงเงินจำนอง ไม่เกิน 3 ล้านบาท ตามนโยบายกระตุ้นการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล จนถึงวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ซึ่งหากมูลค่าการซื้อ-ขายมากกว่า 3 ล้านบาท ค่าจดจำนองยังคงคิด 1% ตามเดิม ทั้งนี้ การจดทะเบียนการโอนและการจดจำนอง ต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน

 

3. ค่าอากรแสตมป์

กรณีซื้อ-ขายบ้านพร้อมที่ดิน ไม่ว่าจะเป็น บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา แล้วมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี หรือถือครองมาครบ 5 ปี จะต้องเสียค่าอากรแสตมป์ โดยมีอัตราคิดเป็น 0.5%ของราคาประเมิณกรมที่ดินครับ เช่น หากบ้านมีราคาประเมิน 1.8 ล้านบาท แต่ราคาซื้อ-ขาย อยู่ที่ 2 ล้านบาท ให้ยึดราคาซื้อ-ขายเป็นเกณฑ์ 2,000,000 x 0.5% = เสียค่าอากรแสตมป์ 10,000 บาท โดยหากเสียค่าอากรแสตมป์แล้ว ไม่ต้องเสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะอีก

4. ค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ

เมื่อเราขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยการซื้อ-ขาย หรือ ได้รับเป็นมรดก จะต้องเสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยคิดเป็น 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่ราคาไหนที่สูงกว่า ยกเว้นแต่ ถ้าเราถือครองที่ดินเกิน 5 ปี หรือมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี ค่าภาษีธุรกิจจำเพาะจะถูกยกเว้นครับ เช่น หากบ้านมีราคาประเมิน 1.8 ล้านบาท แต่ราคาซื้อ-ขาย อยู่ที่ 2 ล้านบาท ให้ยึดราคาซื้อ-ขายเป็นเกณฑ์ 2,000,000 x 3.3% = เสียค่าภาษีธุรกิจเฉพาะ 66,000 บาท

 

5. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย

สำหรับผู้ขาย เมื่อขายอสังหาริมทรัพย์แล้วจะมีค่าใช้จ่ายอีกตัวนึงที่ตามมาครับ แต่ถ้าหากเราเป็นผู้ซื้อค่าใช้จ่ายนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรานะครับ ค่าใช้จ่ายตัวนี้คือ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเกณในการเรียกเก็บจะคิดจากราคาประเมินที่ดิน หักค่าใช้จ่ายตามอัตราที่กำหนด หารปีที่ถือครอง คูณอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ในส่วนแรกที่ต้องดูคือเราต้องดูว่าเราถือครองทรัพย์นั้นมานานกี่ปีครับ

  • ถือครอง 1 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 92 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 2 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 84 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 3 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 77 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 4 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 71 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 5 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 65 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 6 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 60 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 7 ปี คิดรายได้เป็นร้อยละ 55 ของเงินได้(ราคาประเมิน)
  • ถือครอง 8 ปี ขึ้นไป คิดรายได้เป็นร้อยละ 50ของเงินได้(ราคาประเมิน)

ในกรณีเป็นทรัพย์มรดกหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หา จะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ถึง 50 % จากราคาประเมิณครับ หารจำนวนปีที่เราถือครองทรัพย์นั้นครับ

 

ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราถือครองมา 4 ปี ก็เอา 4 ไปหารกับตัวเลขที่หักค่าลดหย่อนไปแล้ว

 

ขั้นตอนสุดท้าย เราต้องนำรายได้ที่เราคิดมาคำนวณอัตราภาษีเงินได้เป็นแบบขั้นบันได ตามที่กรมสรรพากรกำหนดตามนี้ครับ

  • เงินได้สุทธิ 1 – 300,000 บาท  อัตราภาษีร้อยละ  5%
  • เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 10%
  • เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 15%
  • เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 20%
  • เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 25%
  • เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 4,000,000 บาท อัตราภาษีร้อยละ 30%
  • เงินได้สุทธิ 4,000,001 บาท ขึ้นไป อัตราภาษีร้อยละ 40%

หลังจากคำนวนภาษีที่เงินได้ที่คิดมาในแต่ละปีแล้ว ให้คูณกลับจำนวนปีที่ถือครองทั้งหมดกลับไปครับเท่านี้เราก็จะรู้ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมดครับ

ถ้าจนถึงตอนนี้ใครยังงงอยู่ไม่เป็นไรนะครับ เพราะสุดท้ายตัวเลขพวกนี้กรมที่ดินเขาจะคิดคำนวนออกมาให้เราครับ เพียงแต่ว่าถ้าเราสามารถคำนวนตัวเลขเหล่านี้ได้ก่อน จะทำให้เราสามารถรู้รายจ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมเตรียมรับมือ วางแผนหารายได้มารองรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ครับ

……………………………………………………………………………
– Mail : gurulivingth@gmail.com
…………………………………………………………………………..