สวัสดีครับผมวิน Guru Living ครับ Guru Review รีวิวทุกเรื่องที่คุณควรรู้เกี่ยวกับโครงการ วันนี้เรามาอยู่กันที่โครงการบ้านเดี่ยวที่ต้องบอกเลยนะครับว่าทั้ง Luxury และ Privacy มากๆครับเพราะโครงการนี้มีลูกบ้านแค่ 22 ยูนิตเท่านั้น และแบบบ้านทุกยูนิตเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้นหมดเลยครับ  โครงการนี้คือ  THE SHELTER เพชรเกษม อ้อมใหญ่ โครงการบ้านเดี่ยวบนทำเลคุณภาพติดถนนใหญ่ถนนเพชรเกษม จะมีอะไรน่าสนใจในโครงการบ้างวันนี้ผมจะพาไปดูกันครับ ไปครับ

     โครงการ THE SHELTER เพชรเกษม อ้อมใหญ่ ถูกพัฒนาโดย บริษัท มั่นคง พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด   โครงการเป็นโครการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น บนถนนเพชรเกษม ซึ่งทางโครงการมีขายทั้งโฮมออฟฟิตและบ้านเดี่ยว โดยคอนเซปการออกแบบตัวบ้านทุกหลังเน้นพื้นที่ใช้สอยที่มาก รองรับทุกกิจกรรมของลูกบ้าน และการตกแต่งเป็นไสตล์โมเดิน จึงทำให้พื้นที่ในส่วนต่างๆถูกจัดไว้แบบโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด ครับ โดยบ้านเดี่ยวมีให้เลือกทั้งหมด 2 Type พื้นที่ใช้สอยเริ่มต้นอยู่ที่ 350 ตารางเมตรครับ   

 

ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง 

     โครงการTHE  SHELTER เพชรเกษม อ้อมใหญ่ ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรเกษม ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม   ตัวโครงการอยู่ใกล้ถนนสายหลักหลายสายที่เชื่อมต่อโครงการกับพื้นที่กลางใจเมือง ทั้งถนนพุทธมณฑล สาย 4, ถนนพุทธมณฑล สาย 5, และถนนบรมราชชนนี (ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี), ทำให้การเดินทางเข้าออกโครงการทำได้อยา่างสะดวกสบายครับ

     แล้วต้องขอบอกเลยนะครับว่าโครงการเนี่ยอยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายที่เชื่อมต่อถึงพุทธมณฑลสาย 4 ในอนาคตด้วยนะครับ การเดินทางเนี่ยสะดวกสบายมากๆครับ

  

สถานที่สำคัญบริเวณใกล้เคียง

     นอกจากความสะดวกสบายด้านการเดินทางแล้ว โครงการเดอะ เชลเตอร์ (The Shelter) เพชรเกษม–อ้อมใหญ่อยู่ ใกล้ห้างสรรพสินค้า เช่น เดอะมอลล์บางแค โรงพยาบาล สถานศึกษา ศูนย์ราชการ Community Mall เหมาะสำหรับการตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวและธุรกิจ

     ตอนนี้เรามายืนกันอยู่ที่หน้าทางเข้าของโครงการ The Shealter กันแล้วนะครับ ทางเข้าข้างหน้าโครงการเนี่ยก็จะมีพี่ๆ รปภ คอยยืนรักษาความปลอดภัยกันตลอด 24 ชั่วโมงและการเข้าออกโครงการเนี่ยจะใช้ระบบ Acess Card ครับ

      อย่างที่ผมได้บอกไปนะครับว่าโครงการนี้เนี่ยมีลูกบ้านเพียง 22 ครัวเรือนเท่านั้น ทางโครงการจึงใส่ใจในเรื่องความเป็นส่วนตัว และ ใส่ใจเรื่องความเป็นอยู่ของลูกบ้านอย่างมากครับ คำว่าใส่ใจเนี่ยไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบตัวบ้านอย่างเดียวนะครับ บริเวณส่วนกลางภายนอกที่เป็นพื้นที่สาธารณะที่ลูกบ้านมาใช้ร่วมกันเนี่ย ทางโครงการก็ได้ให้ความสำคัญมากๆเหมือนกันครับ 

  คือต้องบอกว่าตั้งแต่ผมเดินเข้ามาเนี่ย ความรู้สึกค่อนข้างจะต่างมากๆเลยนะครับกับโครงการบ้านเดี่ยวหลายๆที่ที่ผมเคยไปมานะครับ 

  เริ่มตั้งแต่ถนนที่เรากำลังเดินอยู่ตอนนี้ เป็นถนนส่วนกลางภายในโครงการครับ อยากให้ลองสังเกตดูที่ตัวพื้นถนนนะครับ ตัวพื้นถนนของโครงการทั้งหมดเนี่ยทำมาจาก stamp concrete หรือ คอนกรีตพิมพ์ลายครับ แล้วไอคอนกรีตพิมพ์ลายเนี่ยมันแตกต่างจากคอนกรีตทั่วๆไปอย่างไง อยากทราบไหมครับ แน่นอนครับว่าคอนกรีตประเภทนี้เป็นคอนกรีตที่มีลายครับ ไอลายพวกนี้เนี่ยมันช่วยทำให้ถนน ทางเท้า หรือ พื้นโดดเด่นและสวยงามขึ้นครับ เพราะเราสามารถเลือกลาย เลือกสี เลือกแบบได้ตามความต้องการ อีกทั้ง Stamp concrete เนี่ยยังแข็งแรง ทนทาน บำรุงรักษาง่าย และที่สำคัญไม่เป็นเชื้อราด้วยครับ

     นอกจากพื้นแล้วสังเกตไหมครับว่าตั้งแต่เราเดินกันมาจนถึงตอนนี้ผมยังไม่เห็นเสาไฟและสายไฟบริเวณหน้าบ้านพักอาศัยสักเส้นเดียวเลยนะครับ นั่นก็เป็นเพราะโครงการนี้เนี่ย เขาใช้ระบบการเอาสายไฟลงดินหมดเลยครับ เพื่อความสวยงามภายในโครงการ และ เป็นการง่ายต่อการบำรุงรักษาด้วยครับ ต้องบอกว่าทางโครงการใส่ใจเรื่องทัศนียภาพรอบโครงการมากๆเลยครับ 

     ก่อนที่ผมจะพาเข้าไปชมบ้านตัวอย่างของโครงการ ผมขอคุยเรื่องแนวคิดของโครงการ The Shelter เพชรเกษมก่อนนะครับ ตัวโครงการนี้เนี่ยตั้งอยู่ติดถนนใหญ่ถนนเพชรเกษมเลยนะครับ  ซึ่งจริงๆแล้วทางโครงการเขาออกแบบโครงการนี้มาเป็นทั้งกึ่ง Commercial กึ่งพักอาศัย ถ้าดูจากแบบบ้านที่โครงการทำออกมา

จะมีทั้ง Home Office ที่อยู่ติดโซนถนนใหญ่เลย และ บ้านเดี่ยวที่แยกเป็นโซนพักอาศัยออกไปเลยครับ

     ซึ่ง Home Office เนี่ยแน่นอนว่าจุดประสงค์หลักของเขาคือทำเพื่อการพาณิชย์แน่นอน ตรงนี้เนี่ยเหมาะมากๆที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง จะมาซื้อเพื่อทำเป็น Office , สำนักงาน , ร้านค้า , คลีนิค  มินิมาร์ท คือต้องบอกเลยว่ามันค่อนข้างจะเหมาะมากๆเลยนะครับ เพราะติดถนนใหญ่ และในส่วนที่เป็น Home Office เนี่ยรองรับการจอดรถถึง 50 คัน ต้องบอกเลยครับว่า ไม่มีปัญหาเวลาลูกค้าจะมาใช้บริการหรือติดต่องานแน่นอนครับ 

ในส่วนตัว โฮมออฟฟิตที่เรากำลังคุยกันอยู่เนี่ย จะเป็นอาคารสูง 4 ชั้น 

  • ขนาด 4 ห้องนอน
  • 4 ห้องน้ำ
  • หน้ากว้าง 4 ม.
  • ลึก 16 ม เ
  • นื้อที่ใช้สอยอยู่ที่ ประมาน 256 ตารางเมตร

     ในส่วนบ้านเดี่ยวของ The Shelter เนี่ยจะเป็นบ้านแบบ 3 ชั้นทุกหลังเลยครับ ผมคิดว่าเหตุผลที่เขาทำบ้าน 3 ชั้นเนี่ยน่าจะเป็นเพราะว่า 1 โครงการต้องการตอบโจทย์ของลูกค้าที่ต้องการบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยมากก จริงๆ เพราะเดี๋ยวนี้เนี่ยบ้านส่วนมากที่ขายกันอยู่ก็จะมีแค่สองชั้นใช่ไหมหละครับ และ อีกเหตุผลหนึ่งคือเขาคงอยากสร้างไว้รองรับสำหรับลูกค้าที่อย่ากทำบ้านเป็น Office ขนาดย่อมๆสำหรับพวกธุรกิจบางประเภท เช่นพวกธุรกิจขายของออนไลน์  Studio House , หรือธุรกิจที่ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านมารับลูกค้าหนะครับ 

 

แบบบ้านเนี่ยจะมีสองแบบด้วยกันคือ

 

BLISS

  • 4 ห้องนอน
  • 5 ห้องน้ำ
  • 2 ที่จอดรถ
  • พื้นที่ใช้สอย 351 ตร.ม

ACE

  • 4 ห้องนอน
  • 5 ห้องน้ำ
  • 3 ที่จอดรถ
  • พื้นที่ใช้สอย 403 ตร.ม

     ซึ่งวันนี้ที่ผมอยากจะพาทุกคนเข้าไปดูเนี่ยคือบ้าน size ใหญ่สุดของโครงการ ซึ่งโครงการทำมาแค่ 7 หลังเท่านั้นเองครับ บ้านตัวอย่างจะตกแต่งออกมาได้สวย ได้น่าอยู่แค่ไหนไปดูกันครับ

     และตอนนี้เราก็ยืนอยู่หน้าบ้านตัวอย่างของแบบบ้าน Ace แล้วนะครับก่อนที่เราจะเข้าไปในตัวบ้านเนี่ย ผมมีอีกหนึ่งเรื่องที่อยากให้ทุกๆคนดูก่อนครับ บ้านทุกหลังในโครงการนี้เนี่ยสร้างโดยหันหน้าบ้านไว้ทางทางทิศเหนือและทิศใต้ทุกหลังเลยครับ  เพื่อรับลมให้ลมถ่ายเทเข้ามาในตัวบ้าน ทำให้อากาศหมุนเวียน และยังช่วยระบายความร้อนภายในตัวบ้านได้ดีมากๆเลยครับ 

     ถ้าเราดูจากภายนอกเนี่ยการออกแบบ้านของเขาเนี่ยตกแต่งด้วยโทนสีที่อบอุ่นคงความสวยคลาสสิก ในทุกๆจุดเลยครับ ภายในจะแต่งออกมาได้สวยขนาดไหนเดี๋ยวเราไปดูกันครับ

     ตอนนี้เราก็อยู่กันที่ส่วนลานจอดรถของตัวบ้านกันแล้วครับ ต้องบอกลยนะครับว่า มันกว้างมากก หน้ากว้างของบ้านใน Type Ace ตรงนี้เนี่ยเราสามารถจอดรถได้ถึงสามคันเลยครับจอดแบบสบายๆด้วยนะครับ ซึ่งประตูทางเข้าตัวบ้านเนี่ยจะมีสองประตูครับ คือประตูหลักทางด้านนี้ที่เชื่อมต่อไปยังโถง Living Room และ ประตูตรงลานจอดรถตรงนี้ ที่เข้าไปในตัวบ้านเลยครับ เดี๋ยวเราไปดู Living room กันดีกว่าครับ

 

ชั้น1 

     จุดเด่นสำคัญของการออกแบบบ้านในโครงการนี้คือบ้านทุกหลังเนี่ยทางโครงการจัดส่วน Living Room มาแบบ Double Volume หรือเป็นห้องนั่งเล่นแบบเพดานสูงนั้นเองครับ โดยระยะจากฝ้าถึงพื้นเนี่ยจะอยู่ที่ ……. เมตรครับ  

ข้อดีของการทำห้องรับแขกเป็นแบบ Double Volum เนี่ยคือ

  1. เราจะได้ห้องที่มีความโปร่ง ดูสบายไม่อึดอัด
  2. ระยะระหว่างเพดานถึงพื้นที่มากเนี่ยจะช่วยในการถ่ายเทและปรับอุณภูมิใหห้องเราเย็นสบาย ในช่วงเย็นๆหรือเช้าๆไม่ต้องเปิดแอร์ก็เย็นสบายครับ
  3. การทำห้องแบบ Double Volume เนี่ยมันคือการเชื่อมพื้นที่ในบ้านให้ต่อเนื่องถึงกัน ถ้าเราลองดูนะครับตรงนี้เนี่ยสามารถมองไปบนโซนห้องนั่งเล่นบนชั้นสองได้ครับ การที่บ้านเชื่อมต่อกันแบบนี้เนี่ยมันทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ใกล้ๆกัน จะเอาอะไรก็เรียกกันผ่านกระจกตรงนี้ได้เลยครับ
  4. ข้อดีข้อสุดท้ายนะครับ คือห้องแบบ Double volume เนี่ยเราสามารถตกแต่งให้ดูหรือดูแพงได้ครับ ทั้งการออกแบบผ้าม่านรอบตัวห้อง และ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเราสามารถเลือกได้ตามชอบเลยครับ และห้องสูงๆแบบนี้เนี่ยถ้าเอาแชนเดอเรีย มาติดนะครับสวยและดูแพงสุดๆไปเลยครับ

     ในส่วนติดกับ Living room ก็จะเป็น Terrace ภายนอกตัวบ้านนะครับซึ่งส่วนนี้เนี่ยเราก็สามารถออกมานั่งชิวๆ จิบกาแฟ พร้อมชมสวนข้างบ้านของเราได้ด้วยครับเดี๋ยวเราเข้าไปดูในส่วนของห้อง Dining room ที่อยู่ถัดไปกันครับว่าเป็นยังไง 

     ตรงนี้เนี่ยก็จะเป็นห้องรับประทานอาหารนะครับ กาออกแบบห้องนี้เนี่ยเขาจะวางโต๊ะทานข้าวไว้ตรงกลางห้องตรงนี้นะครับเป็นโต๊ะแบบ 8 ที่นั่ง ซึงโซนติดกันเนี่ยจะเป็น เคาท์เตอร์บาร์และเคาเตอร์ครัวครับ ตรงนี้เนี่ยเราอาจเอาพวกเตาอบ ไมโครเวพ หรือ เครื่องทำกาแฟอะไรพวกนี้มาวางไว้ในโซนนี้ได้ 

     แต่ถ้าเราอยากจะทำอาหารแบบฟูลออพชั่นเนี่ย ทางโครงการได้ทำครัวปิดมาให้เราแล้วครับ ซึ่งจะกั้นด้วยกระจกบาน slide แบบนี้ จะผัดจะทอดกลิ่นก็ไม่ไปรบกวนภายในตัวบ้านครับ

     จากห้องครัวนี้เนี่ยเราสามารถเปิดออกไปที่โซนหลังบ้านได้นะครับ .ซึ่งโซนหลังบ้านเนี่ยจะสามารถเชื่อมต่อไปกับห้องแม่บ้านและห้องน้ำของแม่บ้านได้ครับ  แยกออกจากตัวอาคารหลักของบ้านเพื่อความเป็นส่วนตัวครับ

     ก่อนเราจะขึ้นไปชั้นสองนะครับเราจะเจอกับห้องนอนในชั้นที่ 1 ตรงนี้นะครับ ห้องนอนในชั้นล่างเนี่ยเหมาะอย่างมากกับการให้ผู้สูงอายุ คุณแม่ลูกอ่อน ใช้เป็นห้องนอนอย่างมากเลยครับและตรงข้างหลังบันไดเนี่ยยังเป็นห้องเก็บของ ที่เราสามารถจัดเก็บของต่างๆได้มากพอสมควรเลยครับ 

ชั้น2 Master bedroom & Entertainment Area

     ตอนนี้เดราก็มาอยู่กันที่ชั้นสองของบ้านกันแล้วนะคับ ในชั้นสองเนี่ยจะแบ่งออกเป็นแค่สองส่วนหลักๆครับคือด้านขวามือของผมเนี่ยเป็น Entertainment room และ ทางซ้ายเนี่ยจะเป็น Master Bedroom ครับ เดี๋วเราไปดู Entertainment room ก่อนครับ

 

     ห้องนี้เนี่ยเขาออกแบบมาให้ใช้งานแบบหลากหลายนะครับไม่ว่าเราจะทำเป็นสตูดิโอนั่งดูหนัง ฟังเพลงพักผ่อนก็ทำได้ หรือว่าจะทำเป็นโซนนั่งทำงานสำหรับคนที่อยากได้พื้นที่กว้างๆก็ได้เหมือนกันนะคับและห้องนี้เนี่ยก็มีห้องน้ำในตัวด้วยครับ

     ตรงนี้เนี่ยเป็นทางเข้าไปสู่ Master Bed room ของบ้านหลังนี้นะครับ พอเปิดประตูใมาเนี่ยเราจะเจอโซนที่เขาบิ้วเป็น walkin closet เป็นแนวยาวเลยนระครับ คือยาวจริงจังตรงนี้เนี่ยเก็บ เสื้อผ้า กระเป๋า หรือ รองเท้าได้ตามใจชอบเลยครับ เดี๋ยวก่อนจะไปต่อขอพาไปดูห้องน้ำใน master bedroom ก่อนคับ

     ห้องน้ำเนี่ยโครงการให้มาขนาดใหญ่มากเลยครับจะมีการแยยกส่วนเปียดกับส่วนแห้งกันอย่างชัดเจนโดยกั้นด้วยกระจก 

     เรามายืนกันอยู่ที่โซนห้องนอนของ MasterBed room ซักทีนะครับคือต้องบอกว่า ขนาดของ master bedroom เนี่ยใหญ่มากๆ ทั้งโซนห้องน้ำ โซน walkin closet และก็โซนห้องนอนตรงนี้ครับ

     ห้องัวอย่างเนี่ยวางเตียง 6 ฟุตแบบคิงไซต์และวางโซฟาแบบสองที่นั่งไว้ตรงปลายเตียงด้วยนะครับ วางของใหญ่ๆขนาดนี้ไว้เแต่เราก็จะเห็นได้ว่ายังเหลือพื้นที่อีกค่อนข้างมากเลยนะครับ คือมันกว้างมากๆครับ 

และตรงนี้ยังต่อไปยัง Terrace ภายนอกไปสูดบรรยากศตอนเช้าสบายๆได้ด้วยครับ

 

ชั้น3

     ตอนนี้เรามาอยู่กันทีชั้น 3 นะครับ การจัดวาง Layout ของชั้นนี้เนี่ย ทางซ้ายมือของผมเนี่ยจะเป็นห้องนอนที่ 3 และ 4 ของบ้านหลังนี้ครับ ซึ่งห้องนอนทั้งสองห้องเนี่ยต้องบอกเลยนะครับว่าพื้นที่ภายในห้อง กว้างมากๆครับและที่สำคัญมีห้องน้ำในตัวทั้งสองห้องนอนเลยครับ 

 

มาถึงส่วนที่เป็นห้อง Entertainment room  ห้องนี้เนี่ยเขาก็ส่วโซฟารูปตัว L ทำเป็นห้อง เทียเตอร์ไว้สำหรับดูหนัง ฟังเพลง พักผ่อนหย่อนใจครับ ข้างหลังเนี่ยยังสามารถออกไป Terrace ภายนอกได้ด้วยครับ

ยังไม่จบนะครับทางโครงการได้เตรียมห้องพระไว้ในส่วนที่ถัดไปจากห้องนั่งเล่นตรงนี้ด้วยครับ

     ความ cool ของบ้านหลังนี้คือนอกจากเขาจะเป็นบ้านเดี่ยว สามชั้นแล้วเขายังมีชั้นลอยให้เราด้วยครับซึ่งถ้าเราอยากจะเอาตรงนี้เป็นโซนนั่งเล่น มุมอ่านหนังสือก็เหมาะมากๆครับหรือว่าเราจะเปลี่ยนมาทำตรงนี้เป็นห้องพระก็ได้นะครับ เพราะตรวนี้เนี่ยถือว่าเป็นจุดที่อยู่สูงสุดของบ้านเลยครับ

     เรียบร้อยไปแล้วนะครับสำหรับทุกซอกทุกมุมของบ้านตัวอย่าง Type Ace นี้ต้องบอกเลยนะครับว่าบ้านหลังนี้ออกแบบให้ทุกส่วนภายในตัวบ้านมีการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เน้นเนื้อที่ใช้สอยของแต่ละส่วนให้มาก ไม่อึดอัด และครบทุกฟังชันก์การใช้งานในชีวิตประจำวันเลยครับ 

ถ้ารู้สึกว่าบ้านน่าอยู่ น่าซื้อแล้วหละก็ ผมขอพาไปชมส่วนกลางของทางโครงการกันต่อเลยนะครับ

โครงการนี้เนี่ยแม้ว่าจะมีลูกบ้านแค่ 22 ครอบครัวแต่ทางโครงการก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆไว้บริการลูกบ้านแบบครบถ้วน ต้องบอกว่าครบจริงๆครับ

โครงการได้มี Club houseไว้รองรับลูกบ้านด้วยนะครับ มีทั้งฟิตเนตที่มีอุปกรณ์ครบถ้วน และ สระว่ายน้ำระบบเกลือไว้บริการลูกบ้านกันอย่างเต็มที่ครับ

 

     โครงการ The Shealter เพชรเกษมเนี่ยเป็นโครงการที่ตอบโจทย์มากๆสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหรู บนเส้นเพชรเกษม ที่ตัวบ้านมีทั้งความ Luxury  , Privacy และ Security  ด้วยปัจจัยทั้งหมดที่เราได้คุยมาแล้วตั้งแต่ต้นคลิปนะครับ เรื่องการใส่ใจในการออกแบบบ้านแต่ละหลัง เรื่องความใส่ใจในพื้นที่ส่วนกลางและทางสาธารณะในโครงการ The Shealter เขาใส่ใจในทุกจุดจิงๆครับ

     และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยนะครับคือเรื่องโครงสร้างของตัวอาคารและมาตราฐานในการก่อสร้าง  ทางโครงการเนี่ยการันตีรับประกันโครงสร้างถึง 10 ปีเต็มเลยนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรเนี่ยทางโครงการเขาจะดูแล และรับผิดชอบให้ครับ

     สำหรับราคาเริ่มต้นของโครงการ ราคาบ้านที่เราพาไปดูเนี่ย 21.9 ล้านบาทครับ ซึ่งราคานี้เนี่ยเป็นบ้านแบบ Fully Furnished คือบ้านตัวอย่างที่ผมพาไปดูเนี่ยคุณได้หมดเลยนะครับ ไม่ต้องไปแต่งเองให้วุ่นวายครับ แต่สำหรับใครอยากได้เป็นบ้านเปล่าสามารถคุยรายละเอียดกับโครงการได้เลยนะครับ

 

……………………………………………..

สามารถรับชม content ทั้งหมดที่ Youtube  :

Facebook Fanpage : 

รับฟังข่าวอสังหาบน Podcast

INSTRAGRAM

……………………………………………..