สวัสดีครับ วันนี้จะขอแนะนำโครงการทาวน์โฮมที่น่าสนใจ สำหรับใครที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลัง กับโครงการชื่อว่า กัสโต้ วงแหวน-พระราม 5 โดย ควอลิตี้เฮ้าส์ ในย่านชุมชนที่พักอาศัยชานเมือง มาพร้อมคอนเซปทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่และฟังก์ชันเหนือระดับ รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปติดตามข้อมูลที่นำมาฝากกันครับ

จุดเด่นของโครงการ

          กัสโต้ วงแหวน-พระราม 5 คือโครงการประเภททาวน์โฮมสไตล์โมเดิร์น 2 ชั้น มีจุดเด่นอยู่ที่ หน้ากว้างของทาวน์โฮมที่จอดรถยนต์ได้พร้อมกัน 2 คัน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัว บวกกับถนนซอยก็มีขนาดกว้าง ทำให้ไม่แออัด ปัจจุบันสร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ บนพื้นที่โครงการประมาณ 28.3 ไร่ จำนวนบ้าน 274 ยูนิต และมีรูปแบบบ้านให้เลือก 2 แบบ

          ทางด้านสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางของโครงการ ก็มีครบครันทุกความต้องการ เช่น สวนสาธารณะขนาดใหญ่  ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย คลับเฮ้าส์และสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ สำหรับระบบรักษาความปลอดภัย มี รปภ.ตลอด 24 ชม. กล้อง CCTV รวมไปถึงการเข้า-ออก โครงการด้วยระบบ Key Card Access  

ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง

          กัสโต้ วงแหวน-พระราม 5 ตั้งอยู่ที่ ซอยโยธาธิการ ถ.กาญจนาภิเษกต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี บนทำเลเขตชุมชนย่านชานเมืองที่พักอาศัย มีสถานที่สำคัญต่างๆ รายล้อมหลายแห่ง เช่น พลัส มอลล์ บางใหญ่ โรงพยาบาลบางใหญ่ โรงเรียนเด่นหล้า ตลาดกลางบางใหญ่ เหล่านี้เป็นต้น

          การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ด้วยทำเลที่ตั้งโครงการที่มีถนนสายหลักผ่านหลายสาย การเดินทางเข้าออกเรียกว่ามีหลายเส้นทางและสะดวกสบายมากครับ เช่น ถนนวงแหวนกาญจนภิเษกที่เชื่อมต่อทางด่วนศรีรัช ไปทางตลิ่งชัน เข้ากรุงเทพชั้นในฝั่งสาทร สีลม หรือใช้ถนนกาญจนาภิเษก เชื่อมต่อถนนราชพฤกษ์ ถนนรัตนาธิเบศร์ เข้าสู่ย่านงามวงศ์วาน แคราย แจ้งวัฒนะ  ถ้าจะออกไปเขตปริมณฑลรอบนอกก็ใช้เส้นทางเชื่อมต่อถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ออกไปทางฝั่งนครปฐมได้อย่างสะดวก หรือใช้เส้นทางบางกรวย-ไทรน้อย บางบัวทอง ออกไปฝั่งสุพรรณบุรี ก็ได้เช่นกันครับ

          การเดินทางด้วยรถสาธารณะ โครงการตั้งอยู่ห่างจากสถานีบางพลู รถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นระยะทางราวๆ 13 กม. ต้องเดินทางด้วยรถยนต์ รถแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ในส่วนของรถสาธารณะอื่นๆ ที่ผ่านหน้าโครงการโดยตรง ยังไม่มี ต้องออกมาขึ้นบริเวณจุดสำคัญที่อยู่ใกล้ๆ โครงการ อย่างเช่น ป้ายรถเมล์หน้าห้างสรรพสินค้า ฝั่งรัตนาธิเบศร์ หรือตามหน้าโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีรถไฟฟ้า แล้วก็ต่อแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อเดินทางเข้าออกโครงการ

          และทั้งหมดนี้ก็คือ โครงการทาวน์โฮมกัสโต้ วงแหวน-พระราม 5 ซึ่งเป็นโครงการที่เหมาะกับผู้มีรถยนต์ส่วนตัว เพราะมีถนนหลักหลายสายเชื่อมโยงการเดินทางอย่างสะดวกนั่นเองครับ

สถานที่สำคัญโดยรอบโครงการ

          อย่างที่บอกไปตอนต้นนะครับว่าทำเลของโครงการตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล หรือ สถานีรถไฟฟ้า ต่างง่ายต่อการเดินทางทั้งนั้นเลยครับไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้างสรรพสินค้า  เซ็นทรัลเวสต์เกต ,บิ๊กซีรัตนาธิเบศร์  ,บิ๊กซี บางใหญ่,โฮมโปร,อินเด๊กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยรอบโครงการก็อาทิเช่น รพ. เกษมราษฎร์ , รพ. การุญเวช , BB Market ,ตลาดกลางบางใหญ่ ส่วนสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้เคียงจะเป็นสถานีสามแยกบางใหญ่  ,MRT สถานีคลองบางไผ่

ส่วนกลางภายในโครงการ

      โครงการ Gusto Wongwan-Rama5  มีส่วนกลาง Facility ให้ลูกบ้านได้ใช้บริการกันอย่างครบถ้วนครบครันมากๆครับเริ่มตั้งแต่  สวนสาธารณะให้ความร่มรื่นกับบรรยากาศเขียวขจีของสวน เรื่องระบบรักษาความปลอดภัยทางโครงการมีปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งรอบโครงการ ติดตั้งระบบ CCTV ทั่วโครงการ ดังนั้นลูกบ้านจึงสบายใจในเรื่องความปลอดภัยได้เลยคับ

แบบบ้านในโครงการ

  โครงการ Gusto Wongwan-Rama5 มีแบบบ้านให้เลือก 1 แบบในโครงการโดยมีรายละเอียดต่างๆดังต่อไปนี้

  • เนื้อที่ 21 ตรว
  • พื้นที่ใช้สอย 131 ตรม
  • 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ
  • 2 ที่จอดรถ

 

ราคาโครงการ

ราคาเริ่มต้นของGusto Wongwan-Rama5   เริ่มต้นที่ 3  ล้านบาทครับ (ข้อมูล ณ ปี 2562)

Calculation การวางแผนซื้อ

       สำหรับใครที่อ่านรีวิว Gusto Wongwan-Rama5   มาจนถึงตอนท้ายนี้แสดงว่าเริ่มมีความสนใจในตัวโครงการนี้ขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาลองคำนวนกันครับว่า ถ้าเราต้องการซื้อคอนโดโครงการนี้เราจะต้องวางแผนในการซื้ออย่างไร และ ในวันซื้อต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างเวลาโอน ณ กรมที่ดินวันนี้เราจะลองมาคำนวนกันครับ 

คำนวนยอดผ่อนชำระต่อเดือน 

   ก่อนจะเริ่มต้น part คำนวนผมขออนุญาติสมมุติตัวแปรต่างๆดังต่อไปนี้นะครับเพื่อความเข้าใจตรงกัน ผมขอเหมารวมว่าเราทุกคนในที่นี้ใช้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทุกคนนะครับ(ไม่ได้ใช้เงินสดซื้อ)

1.อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคาร ผมขอใช้เป็น 7% ตลอดอายุสัญญานะครับ (จริงๆแล้วอัตราดอกเบี้ยจริงจะถูกว่านี้นะครับแล้วแต่ธนาคารแต่ผมขออนุญาติใช้ตัวเลขที่คิดว่า “ปลอดภัย” ในการคำนวนตัวเลขออกมานะครับเพราะถ้าเราใช้ดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไปเราจะได้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่ต่ำตามมา ดังนั้นอาจเกิดปัญหาได้ครับหากธนาคารมีการขึ้นดอกเบี้ยหรือเกิดวิกฤิตเศรษกิจกระทันหันดังนั้นผมขอใช้เลข 7% นะครับ

2.ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ผมขอใช้ 30 ปี นะคับ

3.เราจะกู้สินเชื่อเต็มจำนวนราคาโครงการ 100% ทุกครั้งนะครับ

ดังนั้น ยอดสินเชื่อ 3  ล้าน ดอกเบี้ยสินเชื่อ 7% ระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี

หากคำนวนโดยใช้โปรแกรมแล้วจะตกว่าเราต้องผ่อนชำระธนาคารที่ยอด

ประมาณ 19,000  บาทต่อเดือนครับ  

 

        เมื่อเรารู้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนแล้ว สิ่งที่เราต้องมาคิดต่อคือ สถานะทางการเงินเราสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายต่อเดือนนี่ไหวไหม และ เรามีเงินสำรองพร้อมสำหรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกรณีไหนบ้างครับ ถ้าเกิดว่าคิดทุกๆอย่างไว้เรียบร้อยแล้วผมรับรองเลยครับว่าการซื้อบ้านสักหลังของคุณจะเป็นเรื่องที่ Happy สุขกาย สุขใจ เพราะเราได้วางแผนในการซื้อแบบละเอียดแล้วคับ

 

คำนวนค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน

1.ค่าจดจำนอง

 ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จ่าย ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ คิดเป็น 1% ของมูลค่าทรัพย์ ที่จดจำนอง เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้กับสำนักงานที่ดินเพื่อเอาคอนโด เป็นหลักประกันหนี้ให้กับธนาคารในกรณีของผู้ที่กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 

ราคาห้อง 3,000,000 บาท  คิดค่าจดจำนอง 1%

 ค่าจดจำนองเป็นเงิน 30,000 บาท (ในกรณีกู้เต็มจำนวน) 

2.ค่าธรรมเนียมการโอน

ค่าโอนมีมูลค่า 2% ของราคาประเมิน(ราคาประเมินของกรมที่ดินนะครับ ไม่ใช่ราคาขาย) เพื่อความยุติธรรมส่วนใหญ่ผู้ซื้อและผู้ขายจะออกกันคนละครึ่งหรืออยู่ที่คนละ 1%     ในเคสนี้เราสมมุติให้ ราคาประเมินกรมที่ดิน = ราคาขาย เพื่อเผื่อความปลอดภัยไว้นะครับ

ราคาห้อง 3,000,000  บาท คิดค่าโอน1% เป็นเงิน

ค่าโอนเป็นเงิน 30,000  บาท

3.ค่าอากรสแตมป์ 

ในการจดทะเบียนโอนคอนโด กรมที่ดินจะเก็บค่าอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละ 0.5 พิจารณา จากราคาซื้อขาย ซึ่งหากคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ค่าอากรแสตมป์จะอยู่ที่ 1 บาท/มูลค่าโครงการทุกๆ 200 บาทนั่นเอง

ราคาห้อง  3,000,000 บาท  คิดค่าอาการ 0.5 %  เป็นเงิน

ค่าอาการ 15,000  บาท

ดังนั้นค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน  = ค่าจดจำนอง + ค่าโอน(ครึ่งหนึ่ง) + ค่าอากรสแตมป์

               =  30,000   + 30,000   + 15,000

               = 75,000  บาท 

    ดังนั้นแล้วยอดรวมทั้งหมดของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ณ กรมที่ดินวันที่เราไปโอนโครงการจะอยู่ที่ 75,000 บาท (ในความเป็นจริงแล้วยอดที่เราต้องจ่ายจากไม่ได้เยอะเท่านี้นะครับจะลดลงไปอีกเพราะราคาประเมินของกรมที่ดินจะน้อยกว่าราคาที่ซื้อขายกันอยู่ตามท้องตลาดอยู่แล้วครับดังนั้นไม่ต้องกังวลใจไปนะครับถ้าตัวเลขมันออกมาเยอะ)  ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราต้องเตรียมความพร้อม และ ควรรู้ล่วงหน้าก่อนจะทำการซื้อโครงการอีกครับ เพื่อการบริกหารการเิงนที่ดีของเราและความไม่ประมาทในการจัดการเงินที่ดีครับ

 

……………………………………………..

สามารถรับชม content ทั้งหมดที่ Youtube  :

Facebook Fanpage : 

รับฟังข่าวอสังหาบน Podcast

INSTRAGRAM

……………………………………………..