สวัสดีครับ วันนี้มีอีกหนึ่งคอนโดทำเลดีติดรถไฟฟ้ามาแนะนำครับ โครงการชื่อว่า ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ โดย แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลลอปเมนท์  สามารถเดินจากโครงการไปถึงสถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วง สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เป็นระยะทางประมาณ 600 เมตร ส่วนรายละเอียดและความน่าสนใจอื่นๆ ของคอนโดนี้จะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ

จุดเด่นของโครงการ

        ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ เป็นคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จแล้วพร้อมเข้าอยู่ ประเภท High Rise 1 อาคาร ความสูง 23 ชั้น จำนวนห้องชุดทั้งหมด  989 ยูนิต พื้นที่โครงการประมาณ 5 ไร่ มีห้องชุดให้เลือก 4 ประเภท ออกแบบภายใต้แนวคิด การใช้ชีวิตให้โปร่งโล่ง สบาย แวดล้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจากธรรมชาติ

        สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลาง ก็มีครบครันทุกความต้องการ ได้แก่ สระว่ายน้ำระบบเกลือ แบบ Infinity Edge Pool ฟิตเนสพร้อมอุปกรณ์ออกกำลังกาย สวนสาธารณะสำหรับพักผ่อน ห้องสมุด รปภ. 24 ชั่วโมง และกล้องวงจรปิด รวมถึงระบบการผ่านเข้าออกคอนโดด้วย คีย์การ์ด นอกจากนี้ยังมีรถรับส่งจากโครงการไปยังสถานีรถไฟฟ้าด้วยครับ 

ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง

        คอนโดยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ ตั้งอยู่ที่ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี บนทำเลที่เดินทางสะดวกใกล้ถนนสายหลักหลายสาย และรถไฟฟ้าสายสีม่วงกับส่วนต่อขยายสีชมพูในอนาคตอันใกล้นี้ โดยมีสถานที่สำคัญรอบๆ พื้นที่หลายแห่ง เช่น เอสพลานาด แคราย อุทยานมกุฏรมย์สราญ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ม.เกษตรศาสตร์ เป็นต้น

        การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว ที่ตั้งของโครงการ อยู่ติดกับถนนรัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักในการเชื่อมโยงไปยังพื้นที่ใจกลางเมืองได้อย่างสะดวกหลายทาง เช่น เชื่อมต่อสู่ถนนงามวงศ์วาน ไปถนนวิภาวดี ถนนพหลโยธิน ย่านลาดพร้าว และอีกด้านหนึ่งของถนนรัตนาธิเบศร์ ที่เชื่อมต่อจุดขึ้นลงทางด่วนศรีรัช ก็สามารถเดินทางออกไปย่านชานเมืองรอบๆ กรุงเทพได้ อีกเส้นหนึ่งคือ ถนนนครอินทร์ เส้นนี้จะเชื่อมต่อไปย่านสุทธิสาร รัชดาภิเษก เข้าไปย่านใจกลางของกรุงเทพฯได้เช่นกันครับ  สำหรับการเดินทางออกไปนอกเมืองอย่างฝั่งปทุมธานี สุพรรณบุรี ก็ใช้เส้นทางเชื่อมต่อถนนวงแหวนกาญนาภิเษก หรือบางบัวทองได้

        การเดินทางด้วยรถสาธารณะ อย่างที่บอกไปครับว่าโครงการนี้อยู่ติดรถไฟฟ้า สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี สามารถเดินถึงได้ในระยะประมาณ 10 นาที ในส่วนของรถสาธารณะประเภทอื่น ก็จะมีรถประจำทางหลายสายวิ่งผ่าน เช่น สาย 134, 177 แล้วก็มีรถรับส่งของโครงการให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้า ตามจุดสำคัญๆ อย่างสถานีรถไฟฟ้า ห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน อีกทั้งรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ก็ใช้บริการได้

        และนี่ก็คือ โครงการคอนโดติดรถไฟฟ้าทำเลเยี่ยม ที่เหมาะกับการพักอาศัยเพื่อเข้าไปทำงานในเมือง ซึ่งสามารถตอบโจทย์เรื่องการเดินทางได้เป็นอย่างดีครับ

สถานที่สำคัญโดยรอบโครงการ

        อย่างที่บอกไปตอนต้นนะครับว่าทำเลของโครงการตั้งอยู่บนทำเลคุณภาพที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครันไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ตลาด โรงเรียน โรงพยาบาล หรือ สถานีรถไฟฟ้า ต่างง่ายต่อการเดินทางทั้งนั้นเลยครับไม่ว่าจะเป็นในส่วนของห้างสรรพสินค้า  เซ็นทรัลเวสต์เกต ,บิ๊กซีรัตนาธิเบศร์  ,บิ๊กซี บางใหญ่,โฮมโปร,อินเด๊กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์  ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆโดยรอบโครงการก็อาทิเช่น รพ. เกษมราษฎร์ , รพ. การุญเวช , BB Market ,ตลาดกลางบางใหญ่ ส่วนสถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้เคียงจะเป็นสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีครับ

แบบห้องในโครงการ

โครงการ ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์  มีแบบห้องในโครงการให้เลือก 4 แบบด้วยกันดังต่อไปนี้

 1 ห้องนอน 29 – 31 ตร.ม. 

1 ห้องนอน Deluxe 40.5 ตร.ม. 

1 ห้องนอน Suite 39 – 41.5 ตร.ม. 

1 ห้องนอน Plus 47 ตร.ม.

ส่วนกลางภายในโครงการ

      โครงการ ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์  มีส่วนกลาง Facility ให้ลูกบ้านได้ใช้บริการกันอย่างครบถ้วนครบครันมากๆครับเริ่มตั้งแต่  สวนสาธารณะให้ความร่มรื่นกับบรรยากาศเขียวขจีของสวน ห้องออกกำลังกายที่มีอุปกรณ์ครบครันและสระว่ายน้ำระบบเกลือ  แยกสระเด็กให้ลูกบ้านได้ใช้บริการกันครับ มาถึงเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยทางโครงการมีปภ.ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งรอบโครงการ ติดตั้งระบบ CCTV ทั่วโครงการ ดังนั้นลูกบ้านจึงสบายใจในเรื่องความปลอดภัยได้เลยคับ

ราคาโครงการ

ราคาเริ่มต้นของยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ เริ่มต้นที่ 2.19  ล้านบาทครับ (ข้อมูล ณ ปี 2562)

Calculation การวางแผนซื้อ

       สำหรับใครที่อ่านรีวิว ยูดีไลท์ รัตนาธิเบศร์ มาจนถึงตอนท้ายนี้แสดงว่าเริ่มมีความสนใจในตัวโครงการนี้ขึ้นมาแล้วใช่ไหมครับ ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาลองคำนวนกันครับว่า ถ้าเราต้องการซื้อคอนโดโครงการนี้เราจะต้องวางแผนในการซื้ออย่างไร และ ในวันซื้อต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างเวลาโอน ณ กรมที่ดินวันนี้เราจะลองมาคำนวนกันครับ

 

คำนวนยอดผ่อนชำระต่อเดือน 

   ก่อนจะเริ่มต้น part คำนวนผมขออนุญาติสมมุติตัวแปรต่างๆดังต่อไปนี้นะครับเพื่อความเข้าใจตรงกัน ผมขอเหมารวมว่าเราทุกคนในที่นี้ใช้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทุกคนนะครับ(ไม่ได้ใช้เงินสดซื้อ)

1.อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อธนาคาร ผมขอใช้เป็น 7% ตลอดอายุสัญญานะครับ (จริงๆแล้วอัตราดอกเบี้ยจริงจะถูกว่านี้นะครับแล้วแต่ธนาคารแต่ผมขออนุญาติใช้ตัวเลขที่คิดว่า “ปลอดภัย” ในการคำนวนตัวเลขออกมานะครับเพราะถ้าเราใช้ดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไปเราจะได้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนที่ต่ำตามมา ดังนั้นอาจเกิดปัญหาได้ครับหากธนาคารมีการขึ้นดอกเบี้ยหรือเกิดวิกฤิตเศรษกิจกระทันหันดังนั้นผมขอใช้เลข 7% นะครับ

2.ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ผมขอใช้ 30 ปี นะคับ 

3.เราจะกู้สินเชื่อเต็มจำนวนราคาโครงการ 100% ทุกครั้งนะครับ

ดังนั้น ยอดสินเชื่อ 2.19  ล้าน ดอกเบี้ยสินเชื่อ 7% ระยะเวลาผ่อนชำระ 30 ปี

หากคำนวนโดยใช้โปรแกรมแล้วจะตกว่าเราต้องผ่อนชำระธนาคารที่ยอด

ประมาณ 14,500  บาทต่อเดือนครับ  

        เมื่อเรารู้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนแล้ว สิ่งที่เราต้องมาคิดต่อคือ สถานะทางการเงินเราสามารถจัดการกับค่าใช้จ่ายต่อเดือนนี่ไหวไหม และ เรามีเงินสำรองพร้อมสำหรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกรณีไหนบ้างครับ ถ้าเกิดว่าคิดทุกๆอย่างไว้เรียบร้อยแล้วผมรับรองเลยครับว่าการซื้อบ้านสักหลังของคุณจะเป็นเรื่องที่ Happy สุขกาย สุขใจ เพราะเราได้วางแผนในการซื้อแบบละเอียดแล้วคับ

 

คำนวนค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน

1.ค่าจดจำนอง

 ค่าใช้จ่ายก้อนนี้จ่าย ณ วันโอนกรรมสิทธิ์ คิดเป็น 1% ของมูลค่าทรัพย์ ที่จดจำนอง เป็นเงินที่ต้องจ่ายให้กับสำนักงานที่ดินเพื่อเอาคอนโด เป็นหลักประกันหนี้ให้กับธนาคารในกรณีของผู้ที่กู้สินเชื่อที่อยู่อาศัย 

ราคาห้อง 2,190,000 บาท  คิดค่าจดจำนอง 1%

 ค่าจดจำนองเป็นเงิน 21,900 บาท (ในกรณีกู้เต็มจำนวน)

2.ค่าธรรมเนียมการโอน

ค่าโอนมีมูลค่า 2% ของราคาประเมิน(ราคาประเมินของกรมที่ดินนะครับ ไม่ใช่ราคาขาย) เพื่อความยุติธรรมส่วนใหญ่ผู้ซื้อและผู้ขายจะออกกันคนละครึ่งหรืออยู่ที่คนละ 1%     ในเคสนี้เราสมมุติให้ ราคาประเมินกรมที่ดิน = ราคาขาย เพื่อเผื่อความปลอดภัยไว้นะครับ

ราคาห้อง 2,190,000  บาท คิดค่าโอน1% เป็นเงิน

ค่าโอนเป็นเงิน 21,900  บาท

 

3.ค่าอากรสแตมป์ 

ในการจดทะเบียนโอนคอนโด กรมที่ดินจะเก็บค่าอากรแสตมป์ในอัตราร้อยละ 0.5 พิจารณา จากราคาซื้อขาย ซึ่งหากคิดเป็นตัวเลขกลมๆ ค่าอากรแสตมป์จะอยู่ที่ 1 บาท/มูลค่าโครงการทุกๆ 200 บาทนั่นเอง

ราคาห้อง  2,190,000 บาท  คิดค่าอาการ 0.5 %  เป็นเงิน

ค่าอาการ 10,950  บาท

ดังนั้นค่าใช้จ่าย ณ กรมที่ดิน  = ค่าจดจำนอง + ค่าโอน(ครึ่งหนึ่ง) + ค่าอากรสแตมป์

               = 21,900   + 21,900 + 10,950

               = 54,750  บาท

 

    ดังนั้นแล้วยอดรวมทั้งหมดของค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ณ กรมที่ดินวันที่เราไปโอนโครงการจะอยู่ที่ 54,750 บาท (ในความเป็นจริงแล้วยอดที่เราต้องจ่ายจากไม่ได้เยอะเท่านี้นะครับจะลดลงไปอีกเพราะราคาประเมินของกรมที่ดินจะน้อยกว่าราคาที่ซื้อขายกันอยู่ตามท้องตลาดอยู่แล้วครับดังนั้นไม่ต้องกังวลใจไปนะครับถ้าตัวเลขมันออกมาเยอะ)  ซึ่งเป็นตัวเลขที่เราต้องเตรียมความพร้อม และ ควรรู้ล่วงหน้าก่อนจะทำการซื้อโครงการอีกครับ เพื่อการบริกหารการเิงนที่ดีของเราและความไม่ประมาทในการจัดการเงินที่ดีครับ

 

……………………………………………..

สามารถรับชม content ทั้งหมดที่ Youtube  :

Facebook Fanpage : 

รับฟังข่าวอสังหาบน Podcast

INSTRAGRAM

……………………………………………..