หนี้บ้านสำหรับหลายๆคนแล้วถือว่าเป็นหนี้ก้อนที่ใหญ่ที่สุดและระยะเวลาการผ่อนชำระยาวนานที่สุดเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะระยะเวลาที่ธนาคารเขาให้เราผ่อนบ้านเนี่ยเริ่มตั้งแต่  20 ไปจนถึง 40 ปีเลยก็มีครับ ซึ่งเอาเข้าจิงๆถ้าเราผ่อนไปเรื่อยๆตามที่ธนาคารเขาบอกนี่คือทำงานจนเกษียนเลยนะครับกว่าหนี้ของเราจะหมด 

 

แต่ประเด็นที่น่าสนใจคือไม่ใช่แค่เรื่องระยะที่นานหรอกนะครับ การผ่อนบ้านให้จำไว้เลยนะครับว่ายิ่งเราผ่อนนานเท่าไร เรายิ่งเสียดอกเบี้ยมากขึ้นเท่านั้น  เพราะอะไรหรอครับเพราะว่าการคิดดอกเบี้ยบ้านเนี่ยเขาจะคิดแบบ ลดต้นลดดอกครับ อธิบายง่ายๆว่าดอกเบี้ยจะคิดตามเงินต้นครับ ผมได้ทำคลิปอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างระเอียดแล้วลองเข้าไปดูคลิปในช่องได้นะครับ

 

ดังนั้นไอการที่เราผ่อนบ้านเป็นเวลา 30 -40 ปีเนี่ยนอกจากมันจะเป็นภาระระยะยาวมากๆแล้วเรายังต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกเยอะมากๆด้วยครับเดี๋ยวจะหาว่าผมเว่อร์จนเกินไป ผมจะคำนวนออกมาให้ดูกันเลยดีกว่าครับ

สมมุติว่าผมซื้อคอนโดราคา 3 ล้านบาท ผมผ่อน 30 ปี โดยผมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งสัญญาอยู่ที่ 7% เหมือนที่ผมบอกทุกครั้งนะครับว่าที่ผมใช้ 7% เพราะเอาเอาเฉลี่ยทั้งสัญญาและปัดขึ้นนิดนึงเป็นค่าเผื่อเหลือความปลอดภัยเวลาคำนวน  ดังนั้นถ้าเราเอาข้อมูลเหล่านี้เข้าไปคิดคำนวนในโปรกแกรม EZ Financial Calculator เราจะได้ออกมาว่า

  • เราจะต้องผ่อนธนาคารเดือนละ 19,959 บาท/เดือน
  • ถ้าผ่อนครบ 30 ปี เราจะต้องจ่ายค่างวดทั้งหมด = 7,184,265 บาท
  • ทุกคนไม่ได้ฟังผิดไปหรอกนะครับ กู้มาสามล้าน จ่ายจริง 7 ล้าน
  • นั่นหมายความว่าดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญานี่คือ 4 ล้านกว่าบาทเลยครับ

 

ซึ่งจุดนี้ผมขอออกตัวก่อนเลยนะครับว่า ผมเคยทำคลิปแบบนี้ใน Live หรือ ใน TikTok แล้วมีเพื่อนๆบางคนเข้ามาแย้งมาว่าว่า พอผ่อนไปราคามันก็ขึ้นอยู่ดี อะไรนู่นนั่นนี่คือ ใช่ครับอสังหาริมทรัพย์ปรกติแล้วมูลค่าจะเพิ่มขึ้นตามเวลาอยู่แล้วครับ เป็นเหตุมาจากทั้งเงินเฟ้อครับ แต่จุดประสงค์หลักของผมที่เอาเรื่องพวกนี้มาเล่าให้ฟังคือ ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าไอเงินที่เราจ่ายไปเนี่ยถ้าเราไม่ทำอะไรกับมันเลย มันจะมีราคาของความไม่รู้ที่สูงมาก ซึ่งถ้าทุกๆคนที่ดูผมอยู่ตอนนี้ผมก็อยากให้รู้วิธีการคิดคำนวนของธนาคารและวิธีการที่จะประหยัดดอกเบี้ย เพื่อที่เราจะเอาเงินไปใช้ทำอะไรอย่างอื่นอะนะครับ

ดังนั้นแล้ววันนี้ผมจึงอยากมาแนะนำเทคนิคง่ายๆที่จะทำให้เราประหยัดดอกเบี้ยได้เป็นหลักแสนซึ่งเผลอๆบางทีประหยัดเป็นล้านเลยก็ได้ครับ และที่สำคัญหนี้ก็จะหมดเร็วขึ้นเป็นหลัก 10 ปีด้วยครับจะทำยังไงไปดูกันครับ

 

วิธีแรกครับคือการโปะหรือการผ่อนชำระเพิ่มจากที่ผ่อนอยู่

จริงๆวิธีนี้มีหลายท่านทำกันแล้วแต่ยังมีอีกหลายๆคนที่ยังไม่รู้นะครับว่าสามารถโปะเพิ่มได้  ฉันอยากให้ทำความเข้าใจกันก่อนครับว่าเงินที่เราผ่อนเพิ่มเข้าไปเนี่ยมันจะไปตัดแต่ในส่วนเงินต้นทั้งนั้นเลยครับยกตัวอย่าง

เช่นปกติแล้วผ่อนชำระค่าบ้านอยู่เดือนละ 10,000 บาทถ้าเราผ่อนเพิ่มเข้าไปอีกสักเดือนละ 1,000 บาท  1000 ที่เราใส่เพิ่มเข้าไปนี่แหละครับมันจะไปตัดเป็นส่วนของเงินต้นทั้งนั้นเลยดังนั้นการผ่อนเพิ่มต่อเดือนจึงช่วยให้นี่เราหมดเร็วขึ้นอย่างมากนะครับที่สำคัญจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยด้วยเพราะเมื่อเงินต้นโดนตัดออกดอกเบี้ยที่เราจะต้องจ่ายก็ลดเป็นสัดส่วนตามไปด้วยครับ 

เรามาลองคำนวนกันครับว่าจริงตามที่ผมบอกไหมเอาจากโจทย์เดิมเลยนะครับคือ

ซื้อคอนโดราคา 3 ล้านบาท ผมผ่อน 30 ปี โดยผมกำหนดอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยทั้งสัญญาอยู่ที่ 7% 

แต่การคิดคำนวนรอบนี้คือผมจะโปะเงินเพิ่มไปเดือนละ 3,000 บาท ครับลองกดออกมาจะได้ว่า

  • เราจะต้องผ่อนธนาคารเดือนละ 19,959 + 3,000 = 22,959 บาท/เดือน
  • ถ้าผ่อนครบอายุสัญญาเราจะต้องจ่ายค่างวดทั้งหมด = 5,670,051 บาท

เอาแค่เงินทั้งหมดที่จ่ายถ้าเราผ่อนแบบไม่โปะคือ 7 ล้านแต่พอโปะเหลือ 5 ล้าน ประหยัดไปเกือบสองล้านหนะคครับ

และถ้าทำแบบนี้หนี้จะหมดเร็วขึ้นถึง 113 เดือน หรือเกือบๆ 10 ปีเลยนะครับ

เห็นไหมครับว่าแค่เงิน 3,000 บาทต่อเดือนเองก็สามารถทำให้เราประหยัดเงินได้หลักล้านและจบหนี้เร็วเป็นสิบปีเลยครับ

ซึ่งถ้าใครมีมากกว่านี้ก็สามารถโปะเพิ่มได้ครับยอดหนี้ก็จะหมดเร็วเข้าไปอีก ซึ่งผมทำคบิปสอนการใช้งานโปรแกรม EZ Financial ไว้แล้วสามารถเข้าไปชมกันได้ครับ

 

วิธีแรกเห็นว่าหมดเร็วแล้วใช่ไหมครับมาแต่มันยังมีอีกวิธีที่ควรทำร่วมกัด้วยระหว่างที่เราโปะครับนั่นคือการรีไฟแนนซ์ทุกๆ 3 ปีครับ 

 

   รีไฟแนนซ์คือการขอสินเชื่อก้อนใหม่จากธนาคารครับ อาจจะเป็นธนาคารเดิมที่เรากู้อยู่หรือไปยื่นขอธนาคารใหม่ก็ได้ครับ  นั่นหมายความว่าเราจะเปลี่ยนหนี้เดิมทั้งก้อน กลายมาเป็นหนี้ก้อนใหม่เลยครับ พูดง่ายๆว่าขอกู้ใหม่อีกรอบ แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ การรีไฟแนนซ์เราสามารถกำหนดแผนการในการผ่อนชำระได้หลากหลายมากขึ้นด้วยครับยกตัวอย่างเช่น

กรณีที่1 เราอยากผ่อนบ้านให้หมดเร็วขึ้น

          เราอาจเลือกระยะเวลาผ่อนชำระให้สั้นลง ส่งเงินต่องวดให้มากขึ้น 

จากของเดิมเราผ่อน ยอดสินเชื่อคงเหลือ 3,000,000 บาท ระยะเวลา 30 ปี ผ่อนต่อเดือน 19,000 ถ้าเราอยากผ่อนให้หมดเร็วขึ้นเราอาจเลือกการ Refinace เป็น

ยอดสินเชื่อ 3,000,000 บาท ระยะเวลา 20 ปี ผ่อนต่อเดือน 15,000 บาทต่อเดือน

 

กรณีที่ 2 เราอยากให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนลดลง

          จากยอดหนี้เดิมที่เราผ่อนธนาคารมาแล้ว 3 ปี  ผมสมมุติว่า ถ้ายอดสินเชื่อเดิมเราคือ 3 ล้าน เราผ่อนมา 3 ปี เงินต้นอาจจะคงเหลือประมาณ 2.8 ล้านบาท และยอดเดิมเราผ่อนธนาคารอยู่ที่เดือนละ 19,000 บาท

 

ดังนั้นถ้าสรุปคร่าวๆจากทั้ง 2 วิธีที่ผมได้ยกมาให้ดูดีนะครับว่าในแต่ละเดือนที่เราผ่อนธนาคารเราควรจะผ่อนเพิ่มจากที่เราผ่อนอยู่ทุกเดือนครับเพราะมันจะช่วยตัดเงินต้นไปได้เยอะเมื่อเทียบกับเงินต้นไปได้เยอะนี่ก็จะหมดเร็วขึ้นดอกเบี้ยที่จะต้องจ่ายมันก็ลดลงด้วยเพราะเราผ่อนชำระครบ 3 ปีเราก็วางแผนที่จะ รีไฟแนนซ์ เพื่อปรับโครงสร้างหนี้เหลือลดอัตราดอกเบี้ยอะไรก็ว่ากันไปนะครับซึ่งผมเชื่อว่าการทำแบบนี้จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยให้เราได้เป็นเงินมหาศาลนะครับและทำให้นี่ของเราหมดเร็วขึ้นด้วยนะครับ 

 

ดังนั้นสรถุปกันอีกทีนะครับ ถ้าเพื่อนๆฟังมาถึงตรงจุดนี้และกำลังผ่อนบ้านกันอยู่หรือกำลังวางแผนจะซื้อบ้าน สิ่งที่ผมอยากให้ทุกๆคนทำคือ วางแผนโปะเพิ่มต่อเดือนครับ จะมากจะน้อยไม่ว่ากันแต่อยากให้โปะนะครับ และช่วงไหนมีเงินพิเศษมีโบนัสอะไรก็แบ่งบางส่วนมาโปะได้ยิ่งดีครับ  และเมื่อครบสามปีทุกๆสามปีก็ให้วางแผนที่จะรีไฟแนนซ์หรือรีเทนชั่นเพื่อปรับอัตราดอกเบี้ยลงมาให้มันถูกลงอีกนะครับ หมั่นทำแบบนี้ผมรับประกันเลยนะครับเผลอบางคนถ้าวินัยดีๆ สามารถโปะได้เยอะๆเนี่ย 10 ปีหนี้บ้านหมดก็มีเยอะแยะไปครับ เราจะได้เก็บเงินไว้สำหรับต่อยอดอนาคตหรือไว้ซื้อความสุขอะไรก็ว่ากันไปนะครับ

#ผ่อนบ้าน #เทคนิคผ่อนบ้าน #บ้าน #ซื้อบ้าน #ผ่อนบ้านหมดเร็ว #guruliving