ดอกเบี้ยบัตรเครดิตเขาคิดกันยังไง

ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้เสียดอกเบี้ย ?

สวัสดีครับวันนี้เรามาคุยกันถึงอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากๆและผมเชื่อว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับทุกๆคนมากๆเลยนะครับ เรื่องที่ผมจะชวนทุกคนมาคุยกันวันนี้คือเรื่องของ “บัตรเครดิต” ครับ

https://youtu.be/NbpU4g9BcGg

ผมเชื่อว่าทุกๆคนนะครับพอถึงวัยที่เริ่มต้นทำงานเนี่ย ผลิตภัณฑ์การเงินตัวแรกๆที่จะมาหาทุกคนเลยคือ “บัตรเครดิต” จริงไหมครับ เนื่องจากบัตรเครดิตสามารถทำได้โดยไม่มีข้อกำหนดและเงื่อนไขอะไรที่ยุ่งยากมากมายขอแค่เราเป็นพนักงานบริษัทที่มีสลิปเงินเดือนทำงานสัก 3 เดือนถึง 6 เดือนก็สามารถทำบัตรเครดิตได้แล้วครับอีกทั้งในตลาดยังมีบัตรเครดิตให้เราเลือกทำอยู่เยอะมากๆเลยครับ

 

ซึ่งแน่นอนครับว่าบัตรเครดิตช่วยให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกยิ่งขึ้น เวลาเราไปซื้อของแล้วไม่จำเป็นจะต้องพกเงินสดไปก่อนเราสามารถรูดบัตรเครดิตไปก่อนก็ได้หรือการซื้อของบางประเภทบัตรเครดิตสามารถทำโปรโมชั่นผ่อน 0% เป็นระยะเวลา 10 เดือนหรือเดี๋ยวนี้ขยายระยะเวลาไปถึง 20 เดือนก็มีครับ  

 

ถึงจะฟังดูดีดูสะดวกแบบนี้แต่เอาเข้าจริงๆแล้วบัตรเครดิตนั้นมีทั้งข้อที่เป็นประโยชน์และมีข้อที่ควรระมัดระวังไว้ไม่แพ้กันครับ และเรื่องที่ผมคิดว่าเพื่อนๆที่ใช้บัตรเครดิตทุกๆคนควรจะต้องทราบนั่นก็คือ บัตรเครดิตถ้าเราใช้จ่ายไม่ถูกวิธีเราจะเจอกับ ”ดอกเบี้ย” ครับ ซึ่งต้องบอกเลยนะคับว่าดอกเบี้ยของบัตรเครดิตโดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ ปีละ 18% ครับซึ่งถ้าฟังแบบนี้หลายๆคนอาจจะยังไม่เห็นภาพว่าดอกเบี้ย 18% ต่อปีมันมากหรือมันน้อยกันแน่หละ ผมให้เปรียบเทียบกันง่ายๆนะครับ ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารต่างๆตอนนี้เนี่ยอยู่ที่ประมาน 1.XX – 0.XX เอาว่าผมปัดกลมๆให้เป็นสัก 1% เลยแล้วกันนะครับ ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 1% แต่ดอกเบี้ยบัตรเครดิตคิดที่ 18% ดังนั้นพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าตัวเลขมันเยอะมากกกก

 

คำถามต่อมาที่ทุกๆคนคงอยากจะรู้นั่นคือ “แล้วเมื่อไรเขาถึงจะคิดดอกเบี้ยเราหละ”  คือแบบนี้นะครับดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราทำ 2 กรณีนี้ครับ 

  1. เมื่อเราค้างชำระค่าบริการ
  2. เมื่อจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต

กรณีแรกผมคิดว่าทุกคนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่าถ้าเกิดว่าเราไปรูดบัตรเครดิตแล้วเราไม่ชำระคืนให้ตรงเวลาอันนี้เกิดดอกเบี้ยแน่นอน ผมไม่ค่อยห่วงอะไรครับวันนี้แต่ประเด็นคือมีหลายๆคนไม่ทราบนะครับว่า “การจ่ายขั้นต่ำ” ของบัตรเครดิตเขาจะมีการคิดดอกเบี้ยไปด้วย 

เดี๋ยวขอเพิ่มเติมให้นิดนึงนะครับสำหรับคนที่ยังไม่เข้าใจคำว่าจ่ายขั้น การจ่ายขั้นต่ำครับมันจะเป็นการจ่ายเงินบางส่วนสำหรับยอดค่าใช้จ่ายของเราในรอบเดือนนั้นๆครับ ซึ่งปกติแล้วยอดใช้จ่ายขั้นต่ำที่เขากำหนดวันไหนก็จะเป็นที่ 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดค่าใช้จ่ายทีเดียวครับยกตัวอย่างเช่นถ้าเดือนนั้นเรามียอดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 20,000 บาท ในบิลเรียกเก็บเงินของธนาคาร เขาจะกำหนดยอดชำระเต็มมาอยู่ที่ 20000บาท และยอดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำมาอยู่ที่ 2,000 บาทครับ   

 

ที่ผมว่าน่าเป็นห่วงมากเป็นเพราะเพื่อนๆหลายคนยังว่าหลายคนจริงๆนะครับเข้าใจว่าการจ่ายขั้นต่ำเนี่ยเป็นการจ่ายที่ธนาคารเขาโอเคและไม่คิดดอกเบี้ยครับ และการที่เขาเข้าใจอย่างนั้นจะทำให้เขาจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อยๆครับและสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือดอกเบี้ยของบัตรเครดิตเนี่ยมันจะทบต้นทบต้นไปเรื่อยๆครับกลายเป็นว่านี่ของเราไม่หมดสักทีนะครับเพราะเงินที่จ่ายไปเนี่ยไปจ่ายเป็นดอกเบี้ยหมดเลยนะฮะซึ่งเอาเข้าจริงๆแล้วมันน่ากลัวมากๆนะครับและมันจะก่อให้เกิดปัญหาการเงินในระยะยาวได้นะครับ 

 

ดังนั้นวันนี้ครับผมเลยอยากชวนทุกคนมาคุยกันว่าการคิดดอกเบี้ย บัตรเครดิตเนี่ยเขาคิดคำนวนกันยังไง ถ้าจะต้องเสียเราจะต้องเสียเท่าไรเพื่อให้เราเอาไปประมาณการดอกเบี้ยได้ครับ

 

มาเริ่มกันตั้งแต่ว่าหลักการของการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตเนี่ยเขาจะคิดจากอะไรบ้าง ต้องบอกว่าดอกเบี้ยจากบัตรเครดิตจะถูกคิดจากสองส่วนครับ

  1. ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย
  2. ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

เดี๋ยวผมขออนุญาติยกตัวอย่างให้เห็นภาพและคำนวนไปพร้อมกันเลยนะครับ

เริ่มจาก

วันที่ 5 มกราคม 2563 ผมได้ใช้จ่ายบัตรเครดิต ธ หนึ่งรูดซื้อสินค้าไปเป็นเงิน 18,000 บาท โดยที่ธนาคารกำหนดวันสรุปยอดบัญชีมาเป็นวันที่ 25 มกราคม 2563 โดยค่าใช้จ่ายบัตรใบนี้มีกำหนดชำระวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563  ถ้าพอถึงวันกำหนดชำระ ผมจ่ายชำระขั้นต่ำแค่ 1,800 บาท คำถามคือในรอบบิลถัดไป ผมจะโดนคิดดอกเบี้ยเท่าไร ?? (กำหนดอัตราดอกเบี้ยบัตรอยู่ที่ 18% ต่อปี)

วิธีทำคือเรามาแยกสองส่วนก่อนนะครับ

1.ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย  2.ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

 

1.ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย

ดอกเบี้ยจะคิดจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในรอบบัญชีที่แล้ว หรือ 18,000 บาท โดยจำนวนวัน จะนับจากวันที่สรุปยอดรายการ (25 ม.ค. 2563) จนถึงวันก่อนที่ธนาคารได้รับชำระเงินขั้นต่ำ (8 ก.พ. 2563) หรือเท่ากับ 15 วัน 

ดอกเบี้ยใช้จ่าย =( เงินต้นคงเหลือ X อัตราดอกเบี้ยต่อปี X จำนวนวันในงวด) / 365

     = (18,000 x 18% x 15 ) / 365

ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย   = 133.15 บาท

 2.ดอกเบี้ยที่ค้างชำระ

ดอกเบี้ยจะคิดจากยอดเงินต้นคงเหลือ หรือ 16,200 บาท โดยจำนวนวัน จะนับจากวันที่ชำระเงิน ขั้นต่ำ (9 ก.พ. 2563) จนถึงวันสรุปยอดรายการเดือนถัดไป (25 ก.พ. 2563) หรือเท่ากับ 17 วัน 

 

ดอกเบี้ยค้างชำระ = เงินต้นคงเหลือที่จ่ายขั้นต่ำไป X ดอกเบี้ย 18% x (จำนวนวันที่ชำระจนถึงวันปิดยอดในรอบล่าสุด) / 365 วัน

       = (16,200 x 18% x 17 ) / 365

ดอกเบี้ยค้างชำระ = 135.81 บาท

 

ดังนั้นยอดบิลที่จะถูกเรียกเก็บในรอบบิลถัดไปนั่นก็คือ

เงินต้นคงเหลือ + ดอกเบี้ยใช้จ่าย + ดอกเบี้ยค้างชำระ

=  16,200 + 133.15 บาท + 135.81 บาท 

= 16,468.96 บาท

 

ในกรณีนี้ในรอบเดือนถัดไปถ้าเรามีค่าใช้จ่ายอื่นๆเพิ่มเข้ามาอีกเราก็ต้องเพิ่มลงไปด้วยนะครับ

 

ดังนั้นงผมอยากบอกทุกๆคนตรงนี้นะครับว่า ในเดือนแรกๆยังพอแก้ไขทันไม่น่ากลัวอะไรครับดอกเบี้ยยังไม่มากยังพอแก้ไขยังพอปิดหนี้ทัน แต่ถ้าหากเราปล่อยปะละเลยไม่ใส่ใจยังจะจ่ายแต่ขขั้นต่ำ ปล่อยให้ดอกเบี้ยทบๆๆ กันไปเรื่อยๆมันจะกลายเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆและอาจจะร้ายแรงถึงกับเสียเครดิตทางการเงินเป็นหนี้เสียไปเลยก็ได้นะครับ 

 

จิงๆที่ผมแสดงวิธีการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตให้ทุกคนดูเนี่ยไม่ใช่ว่าจะให้ทุกคนไปคำนวนเพื่าอจะไปเป็นหนี้บัตรเครดิตกันนะครับ ผมอยากให้ทุกคนทราบเฉยๆว่าธนาคารเขามีวิธีคิด เขามีวิธีคำนวนบัตรเครดิตอย่างไร แต่เอาเข้าจิงๆผมสนับสนุนให้ทุกคนชำระให้ “เต็มจำนวน” ทุกๆครั้งที่มีการเรียกเก็บบิลนะครับ  อย่าปล่อยปะละเลย อย่าใช้จ่ายโดยขาดการไตร่ตรองเพราะนึกแค่ว่า รูดไปก่อนเดี๋ยวค่อยหาทางหาเงินเอา  ผมอยากให้เพื่อนๆทุกคนนึกไว้เสมอเลยนะครับว่า การใใช้บัตรเครดิต ไม่ได้ต่างจากการที่เราใช้เงินสดหรอกครับ เราต้องคิดซะว่าก่อนจะรูดเรามีเงินพอจ่ายเขาไหมในรอบบิลหน้าก่อนทุกครั้ง ปัญหาพวกนี้จะได้ไม่กลายมาเป็นปัญหาที่กวนใจเราครับ

ท่องไว้นะครับ รูดบัตรเท่าไร ให้จ่ายเท่านั้น เราจะได้ไม่โดนคิดดอกเบี้ยครับ