บัตรกดเงินสดคืออะไร กดเงินออกมาแล้วโดนคิดดอกเบี้ยเลยหรือเปล่า

 

https://youtu.be/yNf0CXzVK7w

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาคุยกันถคง product ทางการเงินที่น่าสนใจอีกหนึ่งตัวที่ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินหรือเคยได้ใช้บริการกันมาบ้างครับ product นั้นคือ “บัตรกดเงินสด” นั่นเองครับ มาเริ่มกันตั้งแต่ความหมายของคำว่า “บัตรกดเงินสด” กันก่อนนะครับว่าหมายถึงอะไร ถ้าโดยความหมายแล้วบัตรกดเงินดก็คือสินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบหนึ่งนั่นแหละครับ ที่มาในรูปแบบของ “บัตร” ซึ่งจะมีความแตกต่างบัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่เราได้ใช้จ่ายกันในชีวิตประจำวันนะครับ บัตรกดเงินสดจะสามารถได้แค่กดเงินออกมาจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้นครับไม่สามารถไปรูดชำระค่าบริการหรือค่าสินค้าต่างๆได้เหมือนกับบัตรเครดิตและบัตรเดบิตครับ

 

โอเค บัตรกดเงินสด คือบัตรที่มีไว้กดเงินออกมาจากตู้ ATM ตามชื่อแหละครับคำถามคือ จะกดได้กี่บาทหรือกดเท่าไรก็ได้เลยหรือเปล่า ในเรื่องวงเงินของเงินที่จะสามารถกดออกมาได้ก็จะขึ้นอยู่กับรายได้ของผู้ถือบัตรเป็นหลักครับโดยปรกติแล้วเขาก็จะคิดอยู่ราวๆ 2 – 5 เท่าของรายได้ครับ ยกตัวอย่างถ้าเราเงินเดือน 20,000 แล้วเราไปทำบัตรกดเงินสด วงเงินที่เราจะได้จะอยู่ที่ 40,000 – 100,000 ครับประมาณนี้ วงเงินตรงนี้แล้วแต่ธนาคารนะครับ ครับซึ่งอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของบัตรกดเงินสดคือ “ไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ใดๆมาค้ำประกัน” ก็สามารถเบิกเงินสดออกมาได้เลยครับ

 

ฟังแล้วอาจจะเริ่มเคลิ้ม เริ่มชอบใจ ฟังแล้วดูดีไปซะทุกอย่างเลยใช่ไหมครับ มาฟังเรื่องที่ต้องระวัดระวังในการใช้บัตรกดเงินสดบ้างครับ เริ่งนั้นคือเรื่อง “ดอกเบี้ย” ของเขาครับ มาทำความเข้าใจก่อนนะครับว่า บัตรกดเงินสด อย่างที่ผมบอกไปตอนต้นว่าเขาเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลรูปแบบหนึ่งดังนั้นวิธีการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดก็จะเหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคลครับนั่นคือการคิดแบบ “ลดต้นลดดอก” Effective Rate การคิดแบบนี้คือคิดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริงนะวันนั้นๆผู้ไปกี่วันจ่ายเท่านั้น ต้นลดดอกลด ซึ่งจะแตกต่างจากการคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่เป็นแบบคงที่ครับ

 

โดยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของบัตรกดเงินสดจะอยู่ราวๆ 25 – 28% ต่อปีครับซึ่งถ้าเอาในมุมตัวเลข product จำพวก บัตรกดเงินสด กับ สินเชื่อส่วนบุคคล จะเป็น product ที่อัตราดอกเบี้ยสูงที่สุดแล้วครับสำหรับสินเชื่อของสถาบันการเงิน การที่ดอกเบี้ยเขาสูงแบบนี้เราจึงต้องระมัดระวังและวางแผนในการใช้เขาให้อย่างถูกวิธีไงครับ และต้องบอกทุกคนให้เข้าใจตรงกันเลยนะครับว่า ตั้งแต่วันแรกที่เรากดเงินออกจากตู้ด้วยบัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยได้เริ่มคิดคำนวนแล้วนะครับ ดอกเบี้ยของเขาจะคิดเป็นรายวันจริงตามที่เรายืมไปเลยครับ กด 1 วันก็จ่ายดอกใน 1 วัน กด 5 วันก็จ่ายดอกใน 5 วันครับ

 

ถ้าเทียบกันด้วยอัตราดอกเบี้ย บัตรเครดิตดอกเบี้ย 18 – 20 %

บัตรกดเงินสดอัตราดอกเบี้ย ดอกเบี้ย 25 – 28 %

ดอกเบี้ยที่มากกว่ากันถึงเกือบ 10% ต่อปี คำถามคือทำไมเราถึงยังควระใช้บัตรกดเงินสดแทนที่จะเป็นบัตรเครดิต

 

คือแบบนี้นะครับผมอยากให้เข้าใน Main point ของบัตรกดเงินสดว่าเขาออก Product ตัวนี้มาเพื่อ “คนที่ต้องการสภาพคล่องในช่วงเวลาสั้นๆ” ต้องการเบิกเงินสดออกมาเผื่อใช้จ่ายฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินสดจิงๆเท่านั้นครับ อย่างที่เราคุยกันไปว่าบัตรกดเงินสด ทำง่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมเวลากดเงิน ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปีเหมือนบัตรเครดิต และ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำเวลากด มันจึงเป็นการได้เงินมาแบบง่ายๆครับ ซึ่งแม้ว่ามันจะกดง่ายจ่ายสะดวกแต่สิ่งที่ผมอยากให้เพื่อๆพึงระลึกไว้เสมอนะครับว่า สินเชื่อทุกชนิด มีราคาที่ต้องจ่ายนั่นก็คือ ดอกเบี้ย

 

บัตรกดเงินสดตัวนี้ก็เหมือนกันครับ ทุกครั้งที่จะกดเงินออกมา อยากให้ทบทวนดูก่แนว่าจำเป็นจริงๆไหม และ เรามีแผนหรือมีเงินสำรองในการชำระคืนหรือเปล่า เพราะย้ำอีกครั้งนะครับว่าดอกเบี้ยปีละประมาน 28% ซึ่งสูงมากกกกก อย่าใช้เพลินจนลืมคิด จนลืมคำนวน ไปนะครับ ทุกครั้งที่จะกดหรือกดออกมาแล้วให้คิดว่าต้องรีบชำระคืนให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยเดินไปเยอะมากครับ

 

เพราะไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นปัญหาทางการเงินที่ใหญ่มากๆเลยครับ

จิงๆผมมีความเชื่ออย่างหนึ่งนะครับอันนี้เป็นความเชื่อส่วนตัวของผมนะ ผมเชื่อว่า สินเชื่อทุกประเภทมีประโยชน์และมีข้อดี ข้อเสียในตัวของเขาเองครับ เราจะไปเหมารวมว่า มันแย่ซะหมด หรือ อันนี้ไม่ดี อันนั้นไม่ดีอันนี้ผมคิดว่าก็น่าจะไม่จิงทั้บหมดนะครับ มันอยู่ที่เราครับ เราในฐานะเจ้าของสินเชื่อเราต้องวางแผน บริหาจัดการ ศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของ product ทางการเงินพวกนี้และนำมาใช้ให้อย่างถูกต้องนะครับ