สวัสดีครับวันนี้เราจะมาคุยกันถึงอีก 1 หัวข้อที่น่าสนใจมากๆเลยนะครับและเป็นหัวข้อที่ผมได้รับคำถามมาเยอะมากๆนะครับ เราจะคุยกันในวันนี้คือ ถ้าเกิดว่าเราติดแบล็คลิส เราจะสามารถซื้อบ้านได้หรือเปล่า นึกว่าถ้าเกิดติดแบล็คลิสขึ้นมาแล้วเนี่ยจะทำยังไงให้เราสามารถซื้อบ้านได้กี่วิธีอะไรบ้าง เดี๋ยววันนี้เราจะมาคุยเรื่องนี้กันอย่างละเอียดเลยครับ 

แรกเริ่มเลยเนี่ยเราจะต้องมาคุยกันก่อนนะครับว่า ไอ้คำว่าติด แบล็คลิส Black List มันคืออะไรกันแน่ เพราะผมเชื่อมากๆเลยนะครับว่าหลายคนยังคงเข้าใจคำนี้ผิดอยู่ครับ 

 

ผมลองถามกลับไปนะครับว่าคำว่าแบล็คลิสในความหมายที่คุณเข้าใจมันหมายความว่าอะไรเพื่อนเราคิดในใจอยู่ก็ได้นะว่าเพื่อนๆคิดว่าอะไรเขาแบล็กลิสต์ผมเชื่อว่าคนส่วนมากจะเข้าใจว่าคือการที่เราเป็นหนี้และไม่ยอมจ่ายหนี้ไปนานๆจนเขาขึ้นบัญชีดำนะครับขึ้นว่าเราเป็นลูกค้าเกรดไม่ดี หรือถ้าเราเบี้ยวนัดชำระไปเลยเนี่ยหรือผิดนี่ไปเลยเนี่ยเราก็จะติดแบล็คลิสทุกคนคงเข้าใจอย่างนี้ถูกต้องไหมครับ ซึ่งตรงเนี้ยมันก็ถูกครึ่งนึงนะครับแต่มันก็ไม่ได้ถูกทั้งหมดเดี๋ยวผมขอมาอธิบายให้ทุกคนทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บประวัติการชำระหนี้ให้ทุกคนฟังก่อนนะครับ

เอาอย่างนี้ครับถ้าเราจะไปกู้เงินเพื่อจะซื้อบ้านกับธนาคารธนาคารเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเราเป็นลูกหนี้ที่ดีหรือเปล่านะครับเราเป็นคนที่มีประวัติการผ่อนชำระดีหรือเปล่าเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินหรือเปล่านะครับตรงนี้เนี่ยเขาเลยมีหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งครับที่มาทำหน้าที่จัดเก็บประวัติการชำระหนี้ของเราครับหน่วยงานนี้เรียกว่า  

 

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ National Credit Bureua (NCB)

ซึ่งหน่วยงานนี้ทำหน้าที่ในการจัดการรวบรวมข้อมูลสินเชื่อ และประวัติการชำระสินเชื่อทุกประเภทไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัท และจะปรากฏในรายงานข้อมูลเครดิตเมื่อมีผู้ประสงค์เรียกดูข้อมูล นั่นหมายความว่าเขาจะทำการบันทึกประวัติการชำระหนี้ของเราครับว่าเรามีการชำระหนี้ตรงเวลาหรือเปล่าหรือเรามีการเที่ยวนัดชำระหรือเปล่าเดือนไหนเราไม่ตรงเวลาหรือเปล่าทั้งหมดเนี่ยจะถูกบันทึกไว้ในบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาตินี้ล่ะครับ จากนี้ไปผมขออนุญาตเรียกว่าข้อมูลเครดิตบูโรนะครับเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ 

 

ในปัจจุบันนะครับเครดิตบูโรเนี่ยเขาจะทำหน้าที่เก็บข้อมูลของลูกค้า  2 ส่วนด้วยกันครับคือ

 

  1. ข้อมูลบ่งชี้ ข้อมูลที่บ่งบอกถึงสถานะลูกค้า หรือตัวบุคคล ได้แก่ ชื่อ – นามสกุล, ที่อยู่, เลขประจำตัวประชาชน และวันเดือนปีเกิด ส่วนกรณีที่เป็นนิติบุคคลจะเป็น ชื่อ สถานที่ตั้ง และเลขทะเบียนนิติบุคคล 
  2. ข้อมูลสินเชื่อคือ ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับการอนุมัติ, สถานะของบัญชี เช่น ปกติ พักชำระหนี้ ค้างชำระหนี้ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมา เช่น การชำระที่ตรงเวลา หรือล่าช้า ผิดนัดชำระ เพราะฉะนั้นธนาคารจึงสามารถตรวจสอบและพิจารณาเครดิตของผู้ยื่นกู้โดยละเอียดได้อย่างง่ายดาย ข้อมูลเหล่านี้เป็นที่แน่ชัด เมื่อธนาคารพบประวัติที่ไม่ดีก็สามารถเลือกที่จะไม่อนุมัติได้ทันที 

เวลาเรากู้ขอสินเชื่อธนาคารนะครับ ธนาคารเขาจะเรียกขอดูข้อมูลเครดิตบูโรของเราเพื่อที่จะตรวจสอบนะครับทั้งเรื่องประวัติการชำระหนี้และข้อมูลการบ่งชี้ตัวตนทั้งสองเรื่องที่เราคุยกันมานี่แหละครับ  

 

ดังนั้นการที่เราเข้าใจว่าเราติดแบล็คลิสทางการเงินจริงๆแล้วมันคือการที่เรามีประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีครับและประวัติพวกนั้นก็จะถูกบันทึกไว้ในข้อมูลเครดิตแห่งชาติหรือที่เรียกว่าติดเครดิตบูโรนั้นเองครับคือหน่วยงานนี้เขาไม่ได้มีหน้าที่ที่จะขึ้นบัญชีดำหรือ Black List ให้ใครนะครับหน้าที่ของเขามีเพียง รวบรวมข้อมูลการชำระหนี้ทุกๆอย่างของเรานะครับและส่งมอบให้ธนาคารเท่านั้นเองครับ 

 

พูดย้อนไปซะยาวเลยนะครับกลับมาคำถามแรกที่เราคุยกันนะครับว่าตกลงแล้วถ้าติดแบล็คลิสจะสามารถซื้อบ้านได้ไหม ซึ่งต่อจากนี้ผมขออนุญาตเรียกว่าติดเครดิตบูโรแล้วกันนะครับ

 

คือถ้าเราลองคิดหาคำตอบกันแบบตรงไปตรงมาแล้วก็จะเห็นว่าถ้าเกิดว่าเรามีประวัติการชำระที่ผ่านมาไม่ดีเลยนะครับเราไม่สามารถผ่อนชำระไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลต่างๆให้ตรงเวลาได้จนประวัติเครดิตบูโรเราไม่ดีเนี่ยทางธนาคารทำไมเขาจะต้องให้เรากู้สินเชื่อบ้านตัวใหม่ด้วยถูกต้องไหมครับ

ซึ่งแน่นอนว่าเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อของแต่ละธนาคารก็จะแตกต่างกันไปนะครับแต่ หลักๆก็คือผู้กู้จะต้องมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีนะครับหรือมีประวัติเครดิตบูโรที่ดี มีภาระหนี้สินไม่มากจนเกินไปและรายได้ถึงเกณฑ์เขาถึงพิจารณาให้เราผ่านครับ 

 

เพราะฉะนั้นเข้าใจตรงกันนะครับว่าถ้าเกิดว่าคุณมีประวัติการผ่อนชำระไม่ดีนะครับหรือคุณมีการผิดนัดชำระคุณติดเครดิตบูโรเนี่ยคุณจะไม่สามารถกู้ซื้อบ้านได้ครับ  แต่มันก็อาจจะยังมีบางวิธีบ้างที่จะสามารถทำได้เช่นคุณไปหาคนมากู้ร่วมกับคุณนะครับให้รายได้มันเพิ่มขึ้นกับคนที่มาผู้ร่วมเนี่ยก็ต้องมีประวัติเครดิตบูโรที่ดีนะครับไม่มีการผิดนัดชำระหนี้ไม่มีหนี้สินมากจนเกินไปนะครับถ้าทำแบบนี้อาจจะพอช่วยนะครับให้กู้ผ่านได้ สำหรับใครนะครับที่ยังไม่เคยรู้ว่ากู้ร่วมคืออะไรนะผมได้ทำคลิปไว้แล้วสามารถเข้าไปดูได้ที่ 

กู้ร่วมคืออะไร ใครที่สามารถกู้ร่วมได้บ้าง

https://youtu.be/fulBDnV7qbk

 

ดังนั้นคำถามต่อมาคืออ้าวแล้วถ้าเกิดติดเครดิตบูโรแบบนี้จะทํายังไงให้สามารถซื้อบ้านได้ 

 

คนที่ฟังมาจนถึงตอนนี้อย่าเพิ่งท้อแท้ไปนะครับต้องบอกว่าการจัดเก็บข้อมูลเครดิตบูโรเนี่ยเขาไม่ได้จัดเก็บตลอดไปนะฮะหมายความว่าต่อให้เราเครดิตทางการเงินไม่ดีวันนี้ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถไปทำอะไรได้แล้วในอนาคตนะครับระยะเวลาในการบันทึกข้อมูลของเครดิตบูโรเนี่ยเขาจะบันทึกอยู่ที่ 36 เดือนครับหรือ 3 ปีนั้นเอง   

 

นั่นหมายความว่าคุณยังมีโอกาสแก้ตัวนะครับถ้าเกิดว่าวันนี้คุณติดเครดิตบูโรคุณมีประวัติการชำระหนี้บางตัวที่ไม่ดีสิ่งที่คุณควรจะทำและต้องทำให้เร็วที่สุดถ้าคุณอยากจะกลับมา คือคุณจะต้องรีบหนี้ก้อนเก่าเสียให้หมด คุณต้องลิสรายการเลยครับว่านะวันนี้คุณเหลือนี่อะไรที่ยังไม่ได้ชำระบ้าง จากนั้นก็ค่อยเคลียร์ให้มันจบไป ระหว่างนั้นคุณก็รักษาประวัติทางการเงินให้ดีมีวินัยทางการเงินใช้เงินอย่าเกินตัวนะครับ พอครบ 36 เดือนเนี่ยคุณก็ลองไปเช็คเครดิตบูโรอีกทีซึ่งปกติแล้วประวัติการชำระที่มันเคยไม่ดีมันจะหายไปแล้วนะครับถ้ามันครบ 36 เดือน 

 

ที่นี้คุณก็สามารถที่จะเริ่มต้นนะครับซื้อบ้านหรือผู้ขอสินเชื่อได้ตามปกติเหมือนคนทั่วไปแล้วครับ  คือผมว่าจริงๆตรงนี้ 3 ปีเนี่ย บางคนอาจจะมองว่านานจังเลยกว่าจะกลับมาเป็นคนปกตินะฮะแต่ผมอยากให้เรามองในมุมธนาคารด้วยไม่ต้องไปธนาคารหรอกครับเอาแค่ว่าเราเป็นเพื่อนคนนึงเนี่ยมีเพื่อนคนนึงมายืมเงินเราเนี่ยแต่เรารู้ว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันเบี้ยวหนี้ไอ้เพื่อนอีก 3-4 คนมาเมื่อปีที่แล้วคำถามคือเราจะมั่นใจขนาดไหนให้เขายืมเงินถูกไหมอันนี้มองในมุมเพื่อนรักเพื่อนนะ แล้วจำนวนเงินก็ไม่ได้มากด้วย   แต่สินเชื่อบ้านนะครับ ธนาคารให้เรายืมเงินหลักล้านถึงหลายล้านนะฮะดังนั้นผมว่ามันไม่แปลกเลยที่เขาอยากจะได้ลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระที่ดีนะครับหรือ ถ้าเราเคลียร์หนี้เก่าหมดแล้วผมคิดว่าเขาก็คงอยากจะพิสูจน์อีกเหรอครับว่าเราเนี่ยจะมีวินัยทางการเงินต่อเนื่องไปได้นานแค่ไหนซึ่งระยะเวลา 3 ปีผมคิดว่ามันเป็นระยะเวลาที่เขาคงคำนวณไว้แล้วแหละว่าโอเคถ้านายคนนี้ผ่อนตรงเวลากลับตัวกลับใจนะครับมีวินัยทางการเงินมาได้ 3 ปีถือว่าให้โอกาสได้และฉันให้ยืมเงินต่อได้แล้วครับเป็นหลักการคิดง่ายๆนะ 

 

สรุปสุดท้ายนะครับถ้าเกิดว่าคุณติดแบล็คลิสหรือที่เรียกว่าติดเครดิตบูโรเนี่ยคุณจะต้องไปเคลียร์หนี้เก่าของคุณให้หมดก่อนนะครับจากนั้นคุณต้องรักษาวินัยทางการเงินดูแลเครดิตของคุณให้ดีจนครบ 3 ปีนะครับจากนั้นคุณถึงจะเริ่มมองเรื่องการซื้อบ้านได้ซึ่งถ้ามันครบตามที่ผมพูดไปเนี่ยมันได้ชัวร์ๆนะครับ ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ

 

แต่ที่สำคัญที่สุดเลยเนี่ยผมว่าถ้าเราแก้ไขตั้งแต่ต้นเหตุนะครับไอ้เรื่องที่เรามาคุยกันวันนี้เป็นปลายเหตุและก็คือว่าเราติดหนี้เรามีภาระผ่อนไม่ไหวต้นเหตุมันคืออะไรครับต้นเหตุมันคือก่อนที่เราจะสร้างหนี้ก่อนที่เราจะกู้หนี้ยืมสินทุกครั้งผมคิดว่าเราควรจะพิจารณาเผื่อเหลือเผื่อขาดมองเรื่องความเสี่ยงไว้ก่อนนะครับนี่อุปโภคบริโภคเป็นไปได้เรียกซะนะครับอย่าไปยุ่งกับมันหนี้อื่นๆนะครับมีได้ตามสมควรผมไม่เคยพูดว่ามีหนี้ไม่ได้นะครับนี่มีได้แต่ต้องมีตามสมควรตามกำลังที่ไหวนะครับ  

 

ซึ่งก่อนที่จะจบกันไปนะครับสำหรับคนที่กำลังวางแผนจะซื้อบ้านนะครับแต่ไม่รู้ว่าจะปรึกษาใครดีไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไงนะครับผมได้ทำวีดีโอในซีรีย์ How to ซื้อบ้านหลังแรก ไว้ใน YouTube Channel นะครับ มีการอธิบายตั้งแต่เริ่มเลยนะว่าคุณจะต้องเริ่มพิจารณาอะไรบ้างอะไรที่ต้องดูบ้างนะครับทำเป็นคลิปไว้สามารถเข้าไปดูได้ที่ 

 

https://youtu.be/Y7mZrneMMcs

 

#ติดแบล็คลิส  #แบล็คลิสซื้อบ้าน #แบล็คลิส #เครดิตบูโร