สวัสดีครับผมวิน Guru Living นะครับวันนี้จะชวนทุกคนมาคุยถึงหัวข้อที่สำคัญมากๆครับนั่นคือเรื่อง มาตราการพักชำระหนี้ในปี 2021 นี้ครับว่าตกลงแล้วการที่เราเข้าร่วมมาตราการพักชำระหนี้เนี่ยมันดีจริงหรือเปล่าหรือการที่เขาพักชำระหนี้ให้เราเนี่ยธนาคารเขาช่วยเราหรือเปล่าวันนี้จะชวนเพื่อนๆมาคุยกันครับ

ผมขอย้อน Time Line ให้เพื่อนๆฟังนิดนึงนะครับธนาคารต่างๆได้เริ่มออก มาตราการพักชำระหนี้ มาตั้งแต่ช่วงเดือน 4 ของปี 2563 ครับเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงการระบาดแรกของไวรัส COVID19 และประเทศของเราก็ใีการประกาศ Lock Down ดังนั้นแน่นอนว่ามาตราการพักชำระหนี้นี้ออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในภาวะวิกฤตินี้ครับ

แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือมาตราการพักชำระหนี้ต่างๆในปี 2563 ได้จบลงไปตอนปลายปีที่ผ่านมาแล้วครับ นั่นหมายความว่าในช่วงต้นปีนี้ เราต้องเริ่มทยอยจ่ายหนี้คงค้างแล้วครับ แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือวันนี้สถานการณ์ต่างๆยังคงดูแย่ ยังคงไม่กลับมาดีเหมือนเดิมและด้วยความเห็นส่วนตัวผมผมเชื่อว่าปี 2021 นี้เราจะยังคงต้องเจอกับเศรษกิจที่มันเงียบๆ ที่มันซึมๆแบบนี้ต่อไปครับ

ก็ยังดีครับช่วงต้นปี 2564 นี้ได้เริ่มมีบางธนาคารออกมาช่วยลูกค้าโดยการออกมาตราการพักชำระหนี้เพิ่มเติมในปี 2564 คับถ้าเราเอาข้อมูลตอนที่ผมอัดคลิปนี้อยู่ มี 2 ธนาคารครับที่เขาออกมาตราการมาคือ ธนาคารออมสิน และ ธนาคารกรุงไทยครับ แต่ผมก็หวังว่านะครับธนาคารพาณิชย์อื่นๆจะออกมาตรารช่วยเหลือลูกค้ามาเพิ่มกันอีกเรื่อยๆนะคับ

ทีนี้มาถึงประเด็นที่เราคุยกันครับว่า ตกลงมาตราการพักชำระหนี้ ที่เขาออกมาเนี่ยตกลงมันดีไหม แต่ก่อนจะไปคุยกันนะครับผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมเนี่ยก็เป็นลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบในวิกฤติครั้งนี้เหมือนกัน ผมไม่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารให้มาทำคลิปนี้นะครับ ดังนั้นสิ่งที่เราจะคุยกันในคลิปนี้เป็นมุมมองส่วนตัวของผมครับ

เรื่องแรกที่เราตเองทราบก่อนนะครับคือ

เงินที่เราส่งนี่บ้านนะครับเขาจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆครับ นั่นคือส่วนค่างวด =เงินต้น + ดอกเบี้ย
ผมยกตัวอย่างง่ายๆครับสมมุติเราผ่อน ธนาคารเดือนละ 10,000 บาท เป็น เงินต้น 5,000 ดอกเบี้ยอีก 5,000 บาทในทุกๆเดือนนะครับ

ดังนั้นมาตรการพักชำระหนี้เนี่ยเขาอาจจะให้เราเลือก 3 แบบหลักๆด้วยกันครับคือ

  • พักจ่ายเงินต้น
  • พักจ่ายเงินต้น และ จ่ายดอกเบี้ยบางส่วน
  • พักจ่ายเงินต้น และ ดอกเบี้ย

1 พักจ่ายเงินต้น
นั่นก็ความหมายตรงตัวครับคือ เงินต้นอะพักไว้ก่อน จ่ายแค่ดอกเบี้ยในแต่ละเดือน จากที่ต้องส่งเดือนละ 10,000 ก็เหลือ เดือนละ 5,000 คับ

2.พักจ่ายเงินต้น และ จ่ายดอกเบี้ยบางส่วน
อันนี้คล้ายๆอันแรกครับแต่จะมีการเพิ่มเงินค่าดอกเบี้ยในแต่ละเดือนเพิ่มมาครับ เช่นตามตัวอย่างที่ผมให้ไปนะคือ
จากที่ส่งเดือนละหมื่น ก็พักต้นไป 5,000 และ ลดการจ่ายดอกเบี้ยไปบางส่วนอาจจะครึ่งนึงของดอกเบี้ยที่เราต้องส่งแต่ละเดือนนั่นคือ 2.500 บาท
ดังนั้นในเคสนี้เราจะเหลือยอดชพระธนาคารเดือนละ 2,500 บาทครับ

3.พักจ่ายเงินต้น และ ดอกเบี้ย
อันที่ 3 นี้คือการพักชำระทั้งหมดไปเลยครับไม่ต้องจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยซึ่งจะทำให้ยอดชำระต่อเดือนของเรากลายเป็นศูนย์ครับ แต่ต้องบอกว่าในปี 2564 นี้นะครับยังไม่มีธนาคารไหนที่มีมาตรการที่จะพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนะครับตอนนี้ก็ยังเป็น การพักชำระเงินต้น หรือ จ่ายดอกเบี้ยบางส่วนครีบ

มีเรื่องนึงนะครับที่เพื่อนๆจะต้องทราบไว้นะครับถึงเราจะเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ในแบบที่ 3 คือพักจ่ายทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยไม่ต้องมีการจ่ายธนาคารเลยแต่ละเดือนเนี่ยแต่ดอกเบี้ยในงวดที่เราพักชําระหนี้ จะยังคงเดินตามปรกตินะครับ ผมเคยพูดเรื่องนี้ไว้แล้วหละครับแต่ผมต้องขอย้ำอีกครั้งเผื่อเพื่อนๆคนไหนยังไม่ทราบกัน

ซึ่งดอกเบี้ยถ้าเอาตามโจทย์ที่ผมบอกนะครับในกรณีที่เราพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนเนี่ยดอกเบี้ยแต่ละเดือนคือเราจ่ายเดือนละ 5000 บาทต่อเดือนใช่ไหมครับเราพักชำระหนี้ 3 เดือนหมายความว่าดอกเบี้ยจะโดนทบไป 3 เดือน 5000 x 3 = 15,000 บาท ดอกเบี้ยส่วนนี้ไม่ได้หายไปไหนนะครับธนาคารไม่ได้ยกเว้นให้เขาจะเอาไปเรียกเก็บกับเราในอนาคตครับซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ธนาคารนะครับว่าเขาจะเอาไปคิดในงวดไหนบางธนาคารเอาไปถั่วเฉลี่ยกับงวดที่เหลือหรือบางธนาคารเอาไว้จ่ายงวดสุดท้ายสุดก่อนปิดสัญญาเลยก็มีครับแต่สิ่งที่ต้องให้ทุกคนระลึกไว้นะครับว่าดอกเบี้ยตอนที่คุณพักชำระหนี้ไม่ได้หายไปไหนนะครับ

ดังนั้นผมเชื่อว่าหลายๆคนคงคิดว่าไอ้การที่เราพักจ่ายเงินต้นและจ่ายแต่ดอก หรือแม้กระทั่งว่าไม่ต้องจ่ายแล้วแต่ยังคิดดอกเบี้ยอยู่เนี่ยมันเป็นการช่วยเราตรงไหน สุดท้ายธนาคารก็ยังเอาเปรียบเราอยู่หรือเปล่า

อันนี้ครับถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับสิ่งที่ธนาคารเขาออกมาตรการพักชำระหนี้ต่างๆให้กับลูกค้าเนี่ยจุดประสงค์หลักของเขาคือเขาจะเพิ่มสภาพคล่องให้กับลูกค้าครับคือแทนที่เราจะเอาเงินมาจ่ายค่าบ้านใช่ไหมครับเพื่อนทั้งก้อนมาจ่ายเป็นค่าบ้านเนี่ยเขาก็ให้เราเอาเงินก้อนนี้เอาไปใช้กินอยู่ใช้จ่ายอย่างอื่นก่อนหรือถ้าวันนี้เรายังไม่มีเงินจ่ายครับเราก็สามารถจะพักชำระหนี้กับเขาไปก่อนได้ดังนั้นมันไม่ใช่เป็นการยกหนี้ให้ครับมันเป็นการพักไว้ก่อนเฉยๆ

ซึ่งสมมติว่าถ้าผมจะพูดในมุมธนาคารนะครับวันที่เราไปขอสินเชื่อธนาคารนะฮะผมย้ำอีกทีนะครับว่าไม่มีใครบังคับให้เราไปเซ็นสัญญาเงินกู้ก้อนนั้นนะครับ เราเป็นคนที่เดินเข้าไปขอสินเชื่อ ขอกู้บ้านด้วยตัวเอง และที่สำคัญครับในสัญญาเงินกู้ที่เราไปเซ็นเอกสารนะครับตอนที่เราไปขอสินเชื่อผมเชื่อว่ามันไม่มีข้อไหนบอกไว้เลยนะครับว่าธนาคารจะต้องช่วยเหลือลูกค้า ถ้าเกิดว่าเกิดวิกฤติเศรษฐกิจเหมือนกับช่วงเวลานี้ และที่สำคัญครับเราก็ไปเซ็นยินยอมยอมรับแล้วก็เอาเงินกู้ก้อนนั้นมาไงครับ

ดังนั้นถ้าพูดกันแบบเอาความจริงมาพูดกันครับวันนี้ธนาคารเขาจะไม่ออกมาช่วยเหลือหรือมาออกมาตรการอะไรเลยเขาก็ไม่ได้ทำผิดกฎหมายนะครับเพียงแต่ว่ามันก็อาจจะดูใจร้ายไปซักนิดนึงอะไรแบบนี้ และที่สำคัญครับในวิกฤตแบบนี้ครับผมเชื่อนะว่าทุกคนเหนื่อยกันหมดครับไม่ว่าจะเป็นรายเล็กหรือรายใหญ่ วันนี้เราเป็นคนทั่วๆไปเราอาจจะมีครอบครัวที่อยู่ข้างหลังเราเลี้ยงดูสัก 4-5 คนหรือมากกว่านั้น แต่สำหรับองค์กรใหญ่ๆครับเขามีพนักงานเขามีค่าเช่าออฟฟิศเขามีค่าใช้จ่ายอีกหลายส่วนมากๆที่เขาจะต้องประคับประคองแล้วไปให้รอดครับ ดังนั้นการที่ผมมาพูดอย่างนี้ครับย้ำอีกทีนะว่าผมไม่ได้มาปกป้องเขาแต่ผมอยากจะพูดให้ทุกคนเห็นเห็นใจทางฝั่งธนาคารเขาด้วยนะครับ

 

 

ที่นี่มาอีกเรื่องที่สำคัญเหมือนกันครับนั่นก็คือ ถ้าเกิดวันนี้เรามีกำลังพอที่จะส่งธนาคารต่อไหวเราควรจะเข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ด้วยไหม
ถ้าถามผมนะครับ ถ้าเป็นผมผมจะกลับมาดูความพร้อมของเราก่อนครับความพร้อมของเราคือวันนี้เรามีเงินสำรองเพียงพอหรือยังถ้าเงินสำรองเรามีเพียงพอแล้วผมแนะนำอย่างมากเลยนะครับให้คุณส่งธนาคารตามปกติครับ ตัวอย่างที่ผมบอกครับถ้าวันนี้คุณมีกำลังในการส่งนะการพักชำระหนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยครับเพราะสุดท้ายแล้วดอกเบี้ยก็ยังคงเก็บไปทบอยู่ดีการที่คุณรีบผ่อนให้มันจบอ่ะครับมันจะทำให้นี่มันหมดเร็วขึ้นดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายตลอดอายุสัญญามันก็จะลดลงด้วยครับ

แต่ถ้าสมมุติว่าวันนี้คุณยังผ่อนค่าบ้านไหวแต่เงินสำรองของคุณเนี่ยยังมีไม่เยอะมากพอคุณอาจจะเลือกพักชำระหนี้สัก 3 เดือนก่อนก็ได้เพื่อที่จะเอาเงินที่คุณต้องผ่อนบ้างนะครับมาเก็บสะสมเป็นเงินสำรองนะครับเผื่อฉุกเฉินในอนาคตอันนี้ก็แล้วแต่การพิจารณาแต่ละคนนะครับแต่ถ้าจะสรุปสั้นๆนะถ้าเกิดว่าวันนี้คุณยังสภาพคล่องดีมีเงินสำรองถ้าคุณผ่อนไหว ผมแนะนำให้คุณผ่อนปกติครับหรือถ้าจะดีกว่านั้นคือคุณโปรดชำระเพิ่มต่อเดือนไปด้วยก็จะดีมากๆเลยนะเพราะจะทำให้นี่คุณหมดเร็วขึ้นครับ

ตรงนี้ผมขอถามนิดนึงนะครับผมเคยได้ทำคลิปนะครับเกี่ยวกับเทคนิคการผ่อนบ้านผ่อนบ้านยังไงให้หนี้มันหมดเร็วขึ้นนะครับถ้าเกิดว่าใครยังไม่ได้ดูนะครับผมแนะนำว่าให้ไปดูใน YouTube Channel ก่อนครับ

เทคนิคผ่อนบ้าน ให้หนี้หมดเร็วขึ้น 10 ปี ประหยัดดอกเบี้ยเป็นล้าน!!

สุดท้ายแล้วนะครับปีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปีที่ทุกอย่างน่าจะยังไม่กลับมาสู่ภาวะปกติดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องระลึกไว้เสมอคือ เราต้องไม่ประมาทครับ วันนี้ถึงแม้ว่าธนาคารที่คุณขอสินเชื่อใจยังไม่มีมาตรการพักชำระหนี้หรืออะไรเพิ่มเติมขึ้นมาและคุณรู้สึกว่าคุณเริ่มผ่อนไม่ไหวแล้วรายได้คุณหายไปโดยคิดว่าในอนาคตอ่ะมันน่าจะไปต่อไม่ได้แล้วสิ่งที่ผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆทุกคนทำกันนะครับคือรีบเข้าไปคุยกับธนาคารให้เร็วที่สุดครับรีบเข้าไปปรึกษาเข้าไปคุยนะครับ อย่าปล่อยให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้จนทำให้เป็นหนี้เสียก่อนแล้วค่อยเข้าไปคุยหรือให้มันถึงกระบวนการฟ้องร้องผมแนะนำว่าให้รีบเข้าไปคุยตั้งแต่ต้นครับเขาจะช่วยหรือไม่ช่วยช่วยมากหรือช่วยน้อยอันนี้ผมสุดจะทราบได้แต่สิ่งที่ผมยืนยันและคอนเฟิร์มได้ก็คือ ธนาคารครับเขาแค่อยากได้เงินที่เขาให้คุณยืมไปคืนเท่านั้นดังนั้นอะไรที่มันพอช่วยได้ผมเชื่อว่าธนาคารส่วนมากเขาช่วยเรานะครับก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนๆทุกคนนะครับ

#พักชำระหนี้ #พักชำระหนี้2564 #พักหนี้ #มาตราการพักชำระหนี้