• มาตรการ ltv ของธนาคารแห่งประเทศไทยส่งผลให้กลุ่มนักลงทุนหายไปจากตลาด
  • ผลของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ส่งผลกระทบทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินและลดค่าใช้จ่ายต่างๆรวมไปถึงด้านที่อยู่อาศัย
  • ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการเปิดโครงการใหม่แต่เน้นระบายสต๊อกคงค้างโดยใช้กลยุทธ์ราคาและโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ทำให้ดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯในภาพรวมปรับตัวลดลงอย่างมากจากรอบปี 2019
  • พฤติกรรมการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปโดยหันมาให้ความสนใจกับความสำคัญมาตราการการเว้นระยะห่าง Social distancing  รวมถึงการใช้ชีวิตที่ต้องอยู่ติดบ้านมากขึ้นจากการที่ต้องทำงาน work from home จึงต้องมีความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นและเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้นส่งผลให้ตลาดแนวราบเช่นบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมเติบโตขึ้นทั้งในแง่อุปสงค์และอุปทาน
  • ทำเลจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในตัวเมืองเท่านั้นแต่กระจายสู่พื้นที่รอบกรุงเทพฯรอบนอกมากขึ้นโครงการแนวราบสามารถทำราคาที่คนส่วนใหญ่เอื้อมถึงได้ประกอบกับการขยายโครงขายรถไฟฟ้าที่เปิดให้บริการแล้วและส่วนต่อขยายของรถไฟฟ้าสีต่างๆทำให้การเดินทางเข้าออกเมืองหรือเชื่อมต่อใจกลางเมืองสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น
  •  เศรษฐกิจไทยมี GDP ติดลบต่ำที่สุดเป็นประวัติศาสตร์และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส covid นี้ยังต้องเฝ้าระวัง จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อแต่ด้วยปัจจัยด้านราคาที่ไม่สูงมากนักและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงต่ำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทำให้ปี 2020 นี้เป็นโอกาสทองของผู้ซื้อที่มีความพร้อม 

แนวโน้มราคาของที่อยู่อาศัยในปี 2020 

 

ราคาอสังหาฯมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2019 ส่วนหนึ่งมาจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับที่สูงและผลจากมาตรการ ltv ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ไม่สามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้มากนักก่อนที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากวิกฤต Covid 19 รายงานจาก DD Property Thailand market Index พบว่าดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2019 ลดลงต่อเนื่องมาเรื่อยๆจนถึงช่วงที่มีการผ่อนคลายการล็อคดาวประเทศมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 2 เปอร์เซ็นต์ แต่โดยภาพรวมก็ยังปรับลดลงถึง 9 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 

 

Supply อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ  2020

 

 จำนวนที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯมีแนวโน้มลดลงจากการที่ประกอบการมีการชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่หันไปเน้นระบายสินค้าที่อยู่ในสต๊อกโดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมที่ผู้ขายส่วนหนึ่งไม่ปล่อยขายในช่วงสงครามราคารุนแรงรอดูสถานการณ์และปล่อยขายภายหลังเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า 

 

ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2019 จำนวนอุปทานลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นตัวการันตีว่ามีอสังหาริมทรัพย์ยังคงค้างอยู่ในสต๊อกกันอีกเยอะมาก 

 

อสังหาริมทรัพย์ที่ระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านในปัจจุบันถือว่าเป็นเซ็กเมนต์ที่ได้รับผลกระทบหนักมากเนื่องจากมี supply อยู่ในตลาดค่อนข้างมากในขณะที่กำลังซื้อได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจในโลกปัจจุบันเยอะมากแม้จะมีมาตรการลดค่าโอนค่าจดจำนองสำหรับบ้านที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านออกมา 

 

แต่ในขณะเดียวกันบ้านที่อยู่ระดับราคา 1 – 3 ล้านกับมี Supply ในเซกเมนท์นี้เพิ่ม ขึ้นถึง 10 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้าตามมาด้วยบ้านที่อยู่ในระดับราคา 3 ถึง 5 ล้านมีความต้องการเพิ่มขึ้น 12% และบ้านที่อยู่ในระดับราคา 50 ล้านมีความต้องการเพิ่มขึ้น 3% 

 

Demand  ความต้องการซื้อ

 

กำลังซื้อที่ลดลงส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯปรับตัวลดลงในรอบปี 2020 ที่ผ่านมา

 

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ  เติบโตขึ้น 55% 

ดัชนีราคาคอนโดปรับตัวลดลงในช่วงปีที่ผ่านมาแต่ชะนีราคาบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์กลับเติบโตส่วนทาง 

 

ทำเลในกรุงเทพฯที่ราคาที่อยู่อาศัยมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 

 

  • แขวงคลองมหานาค 63%
  • แขวงคลองต้นไทร 14%
  • แขวงลุมพินี 10% 
  • แขวงสี่พระยา 9% 
  • แขวงปทุมวัน 9% 

 

3 ทำเลรอบกรุงเทพฯที่ราคาเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2020 

 

  • แขวงบางรักใหญ่เขตบางบัวทองจังหวัดนนทบุรีเติบโต 13%   (รถไฟฟ้าสายสีม่วง)
  • แขวงท้ายบ้านใหม่ เขตอำเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการเติบโต 21%   (รถไฟฟ้าสายสีเขียว)
  • แขวงคลอง 6 เขตคลองหลวงจังหวัดปทุมธานีเติบโต 18 % (รถไฟฟ้าสายสีเขียว)

 

Supply

ดัชนี Supply ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯเพิ่มขึ้น 5% โดยเฉพาะไตรมาสล่าสุด Supply เพิ่มขึ้นถึง 23 เปอร์เซ็นต์   

 

ปัจจัยหลักที่ทำให้ Supply เพิ่มขึ้นเกิดจากอัตราการซื้อของผู้บริโภคลดลงอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมผู้บริโภคจึงใช้เวลาในการตัดสินใจนานขึ้นโดยผู้บริโภคบางส่วนชะลอการซื้อออกไปเพราะไม่มั่นใจกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน 

 

Supply แนวราบเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในปี 2020 

  • Supply บ้านเดี่ยวเติบโต YoY  +40%
  • Supplyทาวน์โฮม เติบโต YoY  +41%
  • Supply Condo เติบโต YoY +2%

Supply 

 

  • อสังหาราคาไม่เกิน 3 ล้าน มี Supply มากขึ้นที่สุดในรอบปี 

Supply ของบ้านและคอนโดที่ราคาไม่เกิน 3 ล้านปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งน่าจะมีผลมาจากมาตรการลดค่าโอนและค่าจดจำนอง ทำให้ developer ที่มีสินค้าอยู่ระดับราคานี้นำออกมาขาย ออกมาทำการตลาดมากกว่าปกติ 

 

อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระดับราคา 5-10 ล้านมีปริมาณ Supply ลดลง 7% 

 

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564 เขตปริมณฑล

3 จังหวัดปริมณฑลแนวรถไฟฟ้า ราคาเพิ่มขึ้น

 

“ราคาที่อยู่อาศัยใน 3 จังหวัดปริมณฑลส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 1-3 ล้านบาท โดยคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ ส่วนใหญ่มีระดับราคาใกล้เคียงกันคือ 1-3 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 5-10 ล้านบาท ทำให้คอนโดมิเนียมอาจขายได้ยากขึ้น เนื่องจากราคาใกล้เคียงกับทาวน์เฮ้าส์” นางกมลภัทร กล่าว

 

นนทบุรี

รถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดนนทบุรีมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังส่งผลให้มีปัจจัยต่าง ๆ ที่เอื้อต่อการอยู่อาศัยตามมา ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า และแหล่งงาน เมื่อพิจารณาการเติบโตของทำเลแนวรถไฟฟ้าจะพบว่า บริเวณตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง มีการปรับตัวของราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในรอบปี 13% จากอานิสงส์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง อีกหนึ่งทำเลที่มีแนวโน้มเติบโตคือบริเวณตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย เพิ่มขึ้น 16% เติบโตจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน และแยกเป็นประเภทที่อยู่อาศัยพบว่าทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

  • บริเวณรถไฟฟ้าสายสีม่วง MRT กระทรวงสาธารณสุข เพิ่มขึ้น 6% 
  • บริเวณ MRT ตลาดบางใหญ่ และ MRT สามแยกบางใหญ่ เพิ่มขึ้น 4% และ
  • บริเวณสถานีแยกปากเกร็ด รถไฟฟ้าสายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เพิ่มขึ้น 3%

 

ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

  • ตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 87% 
  • ตำบลบางบัวทอง อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 41% 

 

จำนวนอุปทานคอนโดมิเนียมที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ในตำบลเสาธงหิน อำเภอบางใหญ่ (บริเวณ MRT ตลาดบางใหญ่ และ MRT สามแยกบางใหญ่) เพิ่มขึ้น 52% บ้านเดี่ยวอยู่ในตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด เพิ่มขึ้นถึง 107% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ในตำบลบางคูรัด อำเภอบางบัวทอง เพิ่มขึ้น 103%

 

สมุทรปราการ

สมุทรปราการเป็นจังหวัดที่ได้อานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้าทั้งสายสีเขียว รวมถึงรถไฟฟ้าสายใหม่อย่างสายสีเหลือง ที่คาดว่าจะเปิดในปี 2564 ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อาทิ ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (บริเวณสถานี BTS แพรกษา, BTS สายลวด, BTS เคหะฯ) ราคาเพิ่มขึ้น 21% เมื่อพิจารณาตามประเภทที่อยู่อาศัย พบว่า ทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปี ล้วนอยู่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการที่แนวรถไฟฟ้าทั้งสิ้น ได้แก่

  • ตำบลปากน้ำ (บริเวณ BTS ปากน้ำ) เพิ่มขึ้น 11% 
  • ตำบลท้ายบ้านใหม่ เพิ่มขึ้น 8% และ
  • ตำบลเทพารักษ์ (บริเวณ BTS สำโรง, BTS ทิพวัล, BTS ศรีเทพา) เพิ่มขึ้น 6%

 

ส่วนบ้านเดี่ยว ได้แก่ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง เพิ่มขึ้น 43% และทาวน์เฮ้าส์อยู่ในตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เพิ่มขึ้น 27%

 

ทางด้านจำนวนอุปทาน พบว่า ทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

  • ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ เพิ่มขึ้น 58% 
  • ตำบลเทพารักษ์ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 57% 
  • ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี เพิ่มขึ้น 44% 
  • ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี เพิ่มขึ้น 30% และ
  • ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เพิ่มขึ้น 23% 

 

ปทุมธานี

ปทุมธานีอีกหนึ่งจังหวัดที่มีปัจจัยเอื้อต่อการอยู่อาศัยหลายด้าน ไม่ว่าจะโครงการพัฒนาของภาคเอกชน อาทิ โครงการของภาคเอกชนอย่างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่าง ๆ และโครงการพัฒนาของภาครัฐ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก

 

ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก ได้แก่ 

  • ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 18% และ
  • ตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 16%

 

เมื่อโฟกัสที่ประเภทของที่อยู่อาศัย พบว่า ทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปีอยู่ในทำเลแนวรถไฟฟ้า ทำเลใกล้สถานศึกษา ได้แก่

  • ตำบลบางยี่โถ อำเภอธัญบุรี (ใกล้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี-ดรีมเวิลด์) เพิ่มขึ้น 17%
  • ตำบลหลักหก อำเภอเมืองปทุมธานี (ใกล้มหาวิทยาลัยรังสิต) เพิ่มขึ้น 13% 
  • รวมถึงทำเลใกล้รถไฟฟ้า ได้แก่ ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 14% และ
  • ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 3%

 

ทางด้านจำนวนอุปทานพบว่าทำเลที่มีจำนวนอุปทานเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี ได้แก่ 

  • ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 42% 
  • ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 26% และ
  • ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 25% 

 

โดยคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา มีจำนวนเพิ่มขึ้นในรอบปีถึง 49% บ้านเดี่ยวส่วนใหญ่อยู่ในตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา เพิ่มขึ้น 38% ส่วนทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 21%

 

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564

พฤติกรรมผู้บริโภค

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อพฤติกรรมและการตัดสินใจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคอย่างมาก จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุดพบว่า:

  • ผู้บริโภคถึง 75% ชะลอการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ 
  • 32% มองว่าราคาที่อยู่อาศัยมีความไม่แน่นอน 
  • 31% เชื่อว่าการขอสินเชื่อบ้านยากขึ้นหรือใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติ 
  • 24% หันมาให้ความสนใจกับที่อยู่อาศัยที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความสะอาด
  • 20% ให้ความเห็นว่าเข้าไปดูโครงการที่สนใจยากขึ้น

 

ขณะที่ปัจจัยหลักที่ผู้บริโภคใช้พิจารณาเลือกที่อยู่อาศัย นอกจากปัจจัยด้านราคา รายละเอียดสินเชื่อและทำเล ผลสำรวจยังได้สะท้อนให้เห็นปัจจัยใหม่ ๆ โดยเฉพาะเรื่องรูปแบบโครงการที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ซึ่งต้องตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตที่มีการทำงานจากที่บ้านมากขึ้น 

  • ผู้บริโภคถึง 82% ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม 
  • 65% ให้ความสำคัญกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ต้องเสถียร 
  • 64% ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันในบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวก 
  • 50% ให้ความสำคัญกับระบบระบายอากาศและความร้อน รวมถึงระบบประหยัดพลังงานอัจฉริยะ และ 
  • 43% ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยเป็นหลัก

หากโฟกัสไปที่แต่ละช่วงวัย มีความต้องการที่ตอบโจทย์แตกต่างกัน 

  • กลุ่มวัยเริ่มต้น อายุ 22-29 ปี ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยถึง 51% 
  • กลุ่มวัยทำงาน อายุ 30-49 ปี ให้ความสำคัญกับขนาดของที่อยู่อาศัยถึง 55% 
  • กลุ่มวัยใกล้เกษียณ อายุ 50-59 ปี ให้ความสำคัญกับส่วนกลางภายในโครงการถึง 53%
  • ขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ อายุ 60 ปีขึ้นไป ให้ความสำคัญที่ขนาดของที่อยู่อาศัยและส่วนกลางภายในโครงการถึง 53%

 

สอดคล้องกับข้อมูลความสนใจซื้อในรอบปีของผู้บริโภคที่พบว่า:

  • บ้านเดี่ยว ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นถึง 30% 
  • รองลงมาเป็นทาวน์เฮ้าส์ เพิ่มขึ้น 10% 
  • ส่วนคอนโดมิเนียม ลดลง 2%

 

ด้านทำเลที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ยังคงเป็นทำเลในกรุงเทพฯ แต่เริ่มมีสัญญาณการกระจายตัวสู่พื้นที่รอบนอกมากขึ้น จากการขยายตัวของเมือง เชื่อมต่อการเดินทางด้วยรถไฟฟ้า และความต้องการพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น โดย 46% ให้ความสนใจทำเลกรุงเทพฯ รอบนอก สอดคล้องกับข้อมูลความสนใจซื้อที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบปี 5 อันดับแรกในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นมากที่สุด ได้แก่

  • เขตมีนบุรี เพิ่มขึ้น 74% 
  • เขตภาษีเจริญ เพิ่มขึ้น 61% 
  • เขตสายไหม เพิ่มขึ้น 58% 
  • เขตบางแค เพิ่มขึ้น 58%
  • เขตจตุจักร เพิ่มขึ้น 38% 

 

ทั้งนี้ ผู้บริโภคคาดหวังให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือเกี่ยวกับการซื้อที่อยู่อาศัย โดยมีถึง 79% ที่ต้องการให้ลดดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่ม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

 

แนวโน้มตลาดอสังหาปี 2021 

 

 ตลาดเริ่มส่งสัญญาณบวกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2020 ดัชนีราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นและคาดว่าแนวโน้มดังกล่าวจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในปี 2021 นี้ 

 

ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในปี 2021 ได้แก่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจและกำลังซื้อของผู้บริโภครวมไปถึงการออกมาตรการกระตุ้นภาครัฐและสถาบันทางการเงิน 

 

ผู้ประกอบการยังคงเร่งระบายสต๊อกสินค้าโดยเฉพาะคอนโดที่มีจำนวนยูนิตเหลือขายอยู่อีกเป็นจำนวนมากโดยการใช้การลดราคาและโปรโมชั่นต่างๆเพื่อเร่งการตัดสินใจของลูกค้า 

 

ในส่วนของโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวในปี 2021 ยังคงเน้นโครงการแนวราบทั้งโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมโดยเฉพาะระดับช่วงราคา 1.5 ล้านบาทหลังจากที่ก่อนหน้านี้โฟกัสกลุ่มตลาดกลางบน 5 ล้านบาทขึ้นไปซึ่งปัจจุบัน Supply ของสินค้าระดับราคานี้ในตลาดมีจำนวนมาก 

 

ตลาดในปี 2021 ยังคงเป็นโอกาสของผู้ซื้อเนื่องจากเป็นที่คาดว่าราคาที่อยู่อาศัยจะยังคงไม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ความท้าทายจะอยู่ที่ทำอย่างไรให้สามารถซื้อได้

 

ทำเลที่ผู้บริโภคให้ความสนใจยังคงเป็นพื้นที่รอบนอก cbd และพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯเนื่องจากเป็นทำเลของโครงการแนวราบที่ราคาเพิ่มถึงประกอบกับการเดินทางเข้าออกเมืองที่ทำให้สะดวกมากขึ้นจึงไม่จำเป็นต้องกระจุกอยู่ในตัวเมืองอีกต่อไป 

 

จับตาทำเลแนวรถไฟฟ้าในจังหวัดปริมณฑลที่มีแนวโน้มการเติบโตของราคาโดดเด่นในปีที่ผ่านมาและแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องเมื่อรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ 

 

กำลังซื้อใหม่แต่ยังคงไม่กลับมาเนื่องจากมองว่าควรเก็บเงินไว้กับตัวมากกว่าในสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนเลยตอนนี้ 

 

แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564

ภาพรวมเศรษฐกิจ

แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะค่อย ๆ ฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไทย และการทยอยฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก แต่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังไม่คึกคักเท่ากับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินว่า ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมจะกลับสู่ระดับก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

โดย กนง. ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ ซึ่งจะช่วยเอื้อต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และทำให้อัตราดอกเบี้ยบ้านต่ำลงด้วย

 

ทั้งนี้ ในปี 2564 ยังมีปัจจัยท้าทายที่ต้องเผชิญรอบด้าน อาทิ เศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คิด ความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ลดลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้ และการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 รวมถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง